
ภาพจาก LOUISA GOULIAMAKI / AFP
ธนาคารกลางยุโรปต้องชะลอความช่วยเหลือทางด้านการเงินที่จะให้กับ กรีซ ออกไปก่อน หลังสภานิติบัญญัติกรีซมีมติเห็นชอบตอบรับความช่วยเหลือทางด้านการเงินจากสหภาพยุโรปและต้องดำเนินการตามมาตรการปฏิรูปเศรษฐกิจอย่างเคร่งครัด เป็นเหตุให้เกิดจลาจลขึ้นกลางกรุงเอเธนส์
วันที่ 16 กรกฎาคม 2558 สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า หลังจากการอภิปรายยืดเยื้อกว่า 4 ชั่วโมง สมาชิกสภาฯ ของกรีซจำนวน 229 คน จาก 300 คน ได้ลงมติเห็นชอบในการใช้มาตรการปฏิรูปเศรษฐกิจฉบับใหม่ที่ทางสหภาพยุโรปยื่นข้อเสนอให้กรีซต้องนำไปปฏิบัติ เพื่อแลกกับการได้รับความช่วยเหลือเป็นจำนวนเงินกว่า 86,000 ล้านยูโร ซึ่งในการลงมติดังกล่าวมีจำนวนผู้ไม่เห็นด้วยกับนโยบายของนายกรัฐมนตรีอเล็กซิส ซิปราส ถึง 32 คน โดยผู้ไม่เห็นด้วยจำนวนดังกล่าวเป็นสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาล และหลังจากที่ผลการลงมติออกมาเช่นนี้ ทำให้บรรดาพรรคร่วมรัฐบาลขู่ว่าจะออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งนี่เป็นการส่งสัญญาณถึงนายกรัฐมนตรีอเล็กซิส ว่าเขาอาจสูญเสียเสียงสนับสนุนส่วนใหญ่ไปก็เป็นได้
ทั้งนี้ทันทีที่มีการเปิดอภิปรายในเรื่องการรับความช่วยเหลือทางด้านการเงิน ผู้ชุมนุมประท้วงราว 13,000 คน ได้มารวมตัวกันที่จัตุรัสกลางกรุงเอเธนส์ เนื่องจากไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลกรีซกำลังจะใช้มาตรการรัดเข็มขัดแบบสุดโต่งเพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือจากสหภาพยุโรป กระทั่งตำรวจปราบจลาจลของกรีซได้ทำการยิงแก๊สน้ำตาเพื่อสกัดกั้นกลุ่มผู้ชุมนุมที่เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้กับรัฐสภาของกรีซ และสามารถสลายการชุมนุมได้
มติตอบรับจากรัฐสภากรีซ ทำให้ธนาคารกลางยุโรปและประเทศในสหภาพยุโรปต้องเพิ่มการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือฉุกเฉิน ซึ่งจะทำหน้าที่ช่วยเหลือประเทศกรีซในการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่พังไปเมื่อก่อนหน้านี้ โดยในวันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2558) จะมีการประชุมหารือระหว่างบอร์ดบริหารของธนาคารกลางยุโรป หลังจากนั้นในวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2558 ทางรัฐสภาเยอรมนี จะทำการลงมติโหวตว่าจะเริ่มต้นการเจรจาให้ความช่วยเหลือทางด้านการเงินกับกรีซอย่างไร ซึ่งความช่วยเหลือดังกล่าวจะครอบคลุมถึงหนี้สินของกรีซ การจ่ายเงินบำนาญและเงินเดือนของประเทศกรีซ
ด้านนายยูคลิด ซากาโลโตส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของกรีซ บอกกับสมาชิกสภานิติบัญญัติ ว่า "การบรรลุข้อตกลงด้านความช่วยเหลือทางด้านการเงินกับบรรดาเจ้าหนี้จะทำให้ภาระทั้งหมดตกมาอยู่ที่ผมชั่วชีวิต ผมไม่รู้ว่าสิ่งที่เรา (รัฐบาลกรีซ) ทำนั้นถูกต้องหรือไม่ แต่ที่รู้คือ รัฐบาลได้ตัดสินใจทำในสิ่งที่เป็นทางเลือกสุดท้ายของพวกเราแล้วจริง ๆ"

ภาพจาก ARIS MESSINIS / AFP
เดิมทีในวันนี้ (16 กรกฎาคม 2558) ผู้บริหารของธนาคารกลางยุโรปจะเข้าหารือกันถึงการเพิ่มระดับความช่วยเหลือฉุกเฉินทางด้านสภาพคล่องให้กับธนาคารกรีซ หลังจากที่ธนาคารในประเทศกรีซต่างพากันปิดทำการและไม่มีเงินให้ถอนมากว่า 2 สัปดาห์แล้ว นอกจากนี้แล้วประเทศกรีซยังต้องทำการประกันเงินกู้ระยะสั้น ซึ่งกรีซต้องจ่ายเงินจำนวน 3.5 พันล้านยูโรให้กับธนาคารกลางยุโรปในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ ทั้งนี้สหภาพยุโรปได้ยื่นข้อเสนอเงินกู้เฉพาะหน้าจำนวน 7 พันล้านยูโรให้กรีซ เพื่อให้กรีซหลุดพ้นจากความลำบากในช่วงนี้ไปก่อน ก่อนที่จะได้รับความช่วยเหลือแบบฟูลสเกลในขั้นต่อไป เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแห่งภาคพื้นยุโรปได้ระงับการหารือเกี่ยวกับความช่วยเหลือไปเมื่อเช้าวันนี้
ประเทศกรีซ เป็นประเทศที่มีหนี้สินมากที่สุดในสหภาพยุโรปและใกล้เต็มทีที่จะถูกบีบออกจากการใช้สกุลเงินยูโรในสิ้นเดือนนี้ หลังจากที่นายกรัฐมนตรีซิปราส ทำให้ผู้นำยุโรปต้องอึ้งเมื่อเขาจัดทำประชามติในเรื่องที่บรรดาผู้นำสภาพยุโรปร้องขอให้กรีซลดสวัสดิการเงินเดือนและขึ้นภาษี ซึ่งแม้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ของกรีซจะโหวต "โน" แต่นายกฯ ของกรีซก็ต้องยอมทำตามที่ผู้นำยุโรปเรียกร้องอยู่ดี เนื่องจากไม่ต้องการให้กรีซออกจากการใช้สกุลเงินยูโร