25 วิธีออมเงินง่าย ๆ ก็รวยได้ จากชีวิตประจำวัน


25 วิธีออมเงินง่าย ๆ ก็รวยได้ จากชีวิตประจำวัน


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
 
            บางครั้งการเพิ่มตัวเลขในบัญชีของคุณก็ไม่ใช่เรื่องซับซ้อน หรือจำเป็นต้องใช้วิธียาก ๆ เลย และถ้าหากตอนนี้คุณยังเป็นนักเรียน พนักงานเงินเดือนทั่วไปที่ยังไม่มีกำลังมากพอที่จะลงทุนทำธุรกิจ ลองมาเริ่มต้นด้วยการหอมรอมริบจากสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันกันดีกว่า ขอบอกเลยว่า เป็น 25 วิธีง่าย ๆ ที่ไม่ว่าใครก็มีโอกาสรวยได้

1. ทำอาหารกินที่บ้านให้บ่อยครั้งมากยิ่งขึ้น

            ถ้าพวกคุณเป็นสามีภรรยาที่ทำงานนอกบ้านด้วยกันทั้งคู่อาจจะเป็นเรื่องยากสักนิดหากต้องรีบกลับมาทำอาหารที่บ้านทุกวัน แต่พวกคุณก็สามารถทำได้โดยการเริ่มจากการทำอาหารกินเองที่บ้านอย่างน้อยสัปดาห์ละ  1 ครั้ง แล้วค่อย ๆ เพิ่มความถี่ขึ้นเรื่อย ๆ เป็น 2-3 ครั้งหรือตลอดทั้งสัปดาห์ และทำเช่นนี้ไปจนกว่าพวกคุณจะสามารถปรับสมดุลเรื่องของรายจ่ายกับเงินออมได้


2. ชงกาแฟดื่มเอง

            ดูเหมือนว่าในปัจจุบันหลายคนติดนิสัยการใช้เงินไปกับสิ่งของที่ไม่จำเป็นมากมาย และสินค้าแบรนด์เนมทั้งหลาย ไม่เว้นแม้แต่เครื่องดื่มถ้วยเล็ก ๆ อย่างเช่นกาแฟ ที่มีเวลาว่างเมื่อไหร่จะต้องแวะเวียนเข้าไปซื้อสักแก้ว โดยหารู้ไม่ว่าหากคุณลองคำนวณค่ากาแฟของตัวเองในแต่ละเดือนแล้วผลที่ออกมาอาจจะสูงจนน่าใจหายเลยทีเดียวดังนั้นลองลดจำนวนในการซื้อกาแฟสำเร็จรูปจากร้านค้าทั่วไปสลับกับการชงกาแฟดื่มเองบ้างก็ดี

 
3. ทำอาหารกล่องไปกินที่ทำงาน

            หากคุณอยากจะลดค่าใช้จ่ายในส่วนของอาหารกลางวัน แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องการจะทำความสนิทสนมกับเพื่อนร่วมงานไปด้วย ลองเปลี่ยนจากการซื้ออาหารสำเร็จรูปจากร้านทั่วไปมาเป็นการนำกล่องข้าวจากที่บ้านไปกินประมาณ 2-3 มื้อต่อสัปดาห์ นอกจากจะช่วยประหยัดได้อีกทางแล้วยังช่วยสร้างเครือข่ายที่เป็นประโยชน์กับงานด้วย


4. ทำลิสต์ก่อนออกช้อปปิ้ง

            ประโยชน์ของการทำลิสต์สิ่งของที่ต้องซื้อก่อนจะออกไปช้อปปิ้ง นอกจากจะเป็นการเตือนความจำทางหนึ่งแล้ว ในขณะเดียวกันยังช่วยกำจัดสิ่งของที่ไม่จำเป็นออกจากตะกร้าของคุณด้วย ตรงกันข้ามถ้าหากคุณไม่มีลิสต์สิ่งของที่ต้องการอยู่ในมือ หรือเดินดูของไปเรื่อย ๆ แบบไม่มีเป้าหมาย ก็จะทำให้รายจ่ายของคุณเพิ่มมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

 
5. จ่ายตลาดในช่วงที่คุณกำลังเร่งรีบ

            การจ่ายตลาดในช่วงเวลาที่เร่งรีบนั้นเป็นการกระตุ้นให้ตัวเองไม่ให้วอกแวกไปกับสิ่งล่อตาล่อใจที่อยู่นอกเหนือจากลิสต์ช้อปปิ้งของคุณนั่นเอง เพราะหลังจากที่คุณไปถึงสถานที่ซื้อของเรียบร้อยแล้วคุณก็จะตรงดิ่งไปยังชั้นวางของที่ต้องการ พร้อมกับเดินออกมาจ่ายเงินอย่างรวดเร็วเมื่อได้ของครบแล้ว ส่วนเวลาเร่งรีบที่ว่านี้ ก็ได้แก่ 2 ชั่วโมงก่อนถึงรายการโปรดในโทรทัศน์ หรือเมื่อคุณจำเป็นต้องออกไปทำธุระ เป็นต้น


6. อย่าลืมดูวันหมดอายุบนฉลาก

            คุณอาจจะคิดว่าเป็นคำแนะนำที่ดูธรรมดาเอามาก ๆ แต่ในความเป็นจริงน้อยคนนักที่จะดูวันที่หมดอายุบนฉลาก โดยเฉพาะสินค้าบริโภค อย่างเช่น นม อาหาร กระป๋อง อาหารแห้ง หรือขนม กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ใกล้ถึงเวลาที่คุณต้องนำไปทิ้งแล้ว ไม่คุ้มกับราคาที่ซื้อมาเอาเสียเลย และนอกจากนี้ก็ไม่ควรคิดที่จะเสี่ยงกับการนำอาหารหมดอายุมากิน ถึงแม้สภาพภายนอกยังดูดีอยู่ก็ตาม เพราะคุณอาจจะต้องเสียค่ารักษาพยาบาลที่แพงกว่าในอนาคต


7. เลือกซื้อสินค้าแบบขายส่ง

            สำหรับสิ่งของที่สามารถเก็บไว้ได้นาน อย่างเช่น สบู่ ยาสีฟัน รวมไปถึงข้าวปลาอาหารแห้ง หากเป็นไปได้ควรจะเลือกซื้อสินค้าแบบขายส่งดีกว่าขายปลีกเนื่องจากคุณจะได้ราคาสินค้า และข้าวของเครื่องใช้ที่มีราคาถูกกว่าปกติ แถมยังไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเพื่อออกไปซื้อของบ่อย ๆ ด้วย ซึ่งถ้าหากของเก่าหมดเมื่อไหร่ ก็สามารถหยิบของใหม่มาใช้ได้ทันที


8.  ไม่เน้นแบรนด์เนม

            อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยออมเงินได้ก็คือ การให้ความสำคัญกับตัวสินค้ามากกว่าแบรนด์ที่ปรากฏอยู่บน ฉลาก โดยพิจารณาดูจากรสชาติ ส่วนผสม วัตถุดิบ หรือวัสดุ เป็นต้น นอกจากนี้หากคุณต้องการของราคาถูกจริง ๆ อาจจะเปลี่ยนจากการซื้อของในห้างสรรพสินค้า หรือซูเปอร์มาร์เก็ตมาเป็นตลาดขายของทั่วไปแทน

 
9. นำถุงพลาสติกกลับมาใช้ใหม่

            ถุงพลาสติกที่ได้มาจากการช้อปปิ้งให้นำไปรวบรวมเอาไว้ในลิ้นชัก กล่อง หรือถุงใบใหญ่ แล้วค่อยนำถุงพลาสติกเหล่านั้นออกมาใส่ขยะชิ้นเล็กชิ้นน้อยก่อนนำไปทิ้ง ไม่เพียงแต่จะช่วยลดปัญหาเรื่องจำนวนขยะที่เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการลดกลิ่นเหม็นที่เกิดจากเศษอาหารกับขยะด้วย

 
10. ลดจำนวนบัตรเครดิต

            ถ้าตอนนี้คุณมีบัตรเครดิตมากกว่า 1 ใบ และตัวเลขติดลบอยู่หลายบัญชี ควรจะรวบหนี้ทั้งหมดไว้ในบัญชีเดียว โดยพิจารณาจากบัญชีที่มีอัตราดอกเบี้ยน้อยที่สุดในบรรดาบัญชีที่คุณมีอยู่ หลังจากนั้นก็นำเงินที่ได้มาใช้หนี้ก้อนดังกล่าวให้หมดเสียก่อน พร้อม ๆ กับเก็บเงินออมไว้ส่วนหนึ่งด้วย


11. ชำระค่าใช้จ่ายให้ตรงเวลาตามที่กำหนด

            หลังจากที่คุณได้รับใบเสร็จแล้ว ควรจะนำใบเสร็จเหล่านั้นไปชำระค่าบริการให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และควรให้อยู่ในช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมล่วงเวลาที่อาจจะถูกบวกเพิ่มเข้ามาในภายหลัง
 

12. หมั่นตรวจสอบยอดเงินในบัญชี

            ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ชำระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ด้วยวิธีการหักเงินอัตโนมัติผ่านบัญชีที่คุณมีอยู่ ควรหมั่นเช็กยอดเงินกับความเคลื่อน ไหวในบัญชีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง และระมัดระวังข้อผิดพลาดต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น อาทิ ยอดการชำระ ค่าธรรมเนียม และในกรณีที่มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น ก็จะได้แก้ไขได้อย่างทันท่วงที


13. หลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมบัตรเอทีเอ็ม

            บัตรเอทีเอ็มส่วนใหญ่สามารถกดเงินจากตู้เอทีเอ็มต่างธนาคารโดยไม่คิดค่าธรรมเนียมประมาณ  4 ครั้งต่อเดือน ถ้านอกเหนือจากนี้ก็จะมีค่าธรรมเนียมตามมาครั้ง 10-20 บาท เป็นอย่างน้อย ดังนั้นหากเป็นไปได้ควรจะเลือกกดเงินจากตู้ธนาคารนั้น ๆ หากยังพอที่จะหาตู้เอทีเอ็มได้ และเก็บสิทธิเหล่านั้นเอาไว้ใช้ในเวลาที่จำเป็นจริง ๆ ดีกว่า


14. หลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมรายปีของบัตรเครดิต

            เครดิตการ์ดของคุณอาจจะมีการจ่ายเงินคืนทุกสิ้นปี โดยออกมาในรูปแบบของของของรางวัลหรือแต้มสะสม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก่อนจะใช้คุณควรจะเช็กเงื่อนไขกับทางธนาคารให้ละเอียดเสียก่อนว่า บัตรเครดิตของคุณมีการคิดค่าธรรมเนียมรายปีหรือไม่ เพราะหากมีการหักค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมรายปีอีกครั้ง ก็คงไม่แตกต่างกัน สุดท้ายแล้วคุณก็ต้องจ่ายเงินอยู่ดี

 
15. ใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ต

            ตอนนี้เครือข่ายของอินเทอร์เน็ตเข้าถึงเกือบทุกพื้นที่แล้ว คงจะดีกว่าหากเปลี่ยนจากการใช้โทรศัพท์บ้านมาเป็นการพูดคุยผ่านโปรแกรมแชทในอินเทอร์เน็ตแทน เช่นเดียวกับโทรศัพท์มือถือที่ตอนนี้มีแอพพลิเคชั่นให้เลือกติดต่อกับบุคคลอื่น ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ก ไลน์ สไกป์ เป็นต้น

 
16. แลกเปลี่ยนสิ่งของกับผู้อื่น

            คุณไม่จำเป็นต้องซื้อของใหม่เมื่อต้องการใช้เสมอไป  ทั้งนี้คุณอาจจะลองขอยืม หรือแลกเปลี่ยนกับคนที่มีของที่คุณต้องการ อย่างเช่น แลกเปลี่ยนอุปกรณ์ซ่อมแซมเฟอร์นิเจอร์กับเพื่อนบ้าน ขอยืมหนังสือจากห้องสมุดหรือเพื่อนสนิท เป็นต้น สำหรับในกรณีที่จำเป็นต้องซื้อจริง ๆ  อาจจะลองเช็กของที่ต้องการจากเว็บไซต์หรือตลาดขายของมือ 2 ดูก่อนก็ได้ เผื่อว่าอาจจะได้สิ่งของที่มีราคาถูกลง

 
17. เช็กราคาของก่อนซื้อเสมอ

            สำหรับคนที่กำลังจะซื้อของที่มีราคาสูง เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์เทคโนโลยีต่าง ๆ ควรจะตรวจเช็กราคาสิ่งของ พร้อมกับศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่คุณต้องการก่อนทุกครั้ง เพื่อให้ได้สิ่งของที่มีคุณภาพ ในราคามาตรฐาน

 
18. เลี่ยงการซื้อของจากอารมณ์ชั่ววูบ

            ก่อนตัดสินใจซื้อของทุกครั้งควรชั่งน้ำหนักความจำเป็นและประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากสิ่งของชิ้นนั้น ๆ ด้วย ไม่ควรซื้อตามอารมณ์ชั่ววูบเพียงอย่างเดียว เพราะคนส่วนใหญ่มักจะโดนกระตุ้นความต้องการโดยภาพจากโฆษณา ซึ่งในความเป็นจริงแล้วอาจไม่เป็นอย่างที่คุณคาดหวังเอาไว้ที่สุดท้ายแล้วก็กลายเป็นขยะไปโดยปริยาย

 
19. รีไซเคิลขวดน้ำ

            ขวดน้ำนอกจากจะสะดวกในการหยิบใช้ เพราะมีน้ำหนักเบา และรูปทรงที่เข้ากับมือได้ดีแล้ว ยังมีฝาปิดป้องกันไม่ให้น้ำข้างในหกรดสิ่งของ เมื่อขวดน้ำลื่นหลุดจากมือหรือตกหล่นจากที่สูงด้วย ฉะนั้นแทนที่คุณจะนำขวดน้ำพลาสติกที่ดื่มหมดแล้วไปทิ้งก็อาจจะนำกลับมาใช้ซ้ำอีกครั้ง โดยล้างให้สะอาดพร้อมกับทิ้งไว้ให้แห้งสนิทก่อนบรรจุน้ำอีก แต่ทั้งนี้ควรนำไปทิ้งขวดพลาสติกนั้นทันทีหากสีขวดเปลี่ยนแปลง ขุ่นมัว มีรอยขีดข่วนมาก  หรือปริแตก เพราะแสดงให้เห็นว่าพลาสติกเริ่มเสื่อมสภาพแล้ว

 
20. หลีกเลี่ยงการซื้อของจากตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติ

            จริงอยู่ที่เครื่องหยอดเหรียญอัตโนมัติจะช่วยให้ชีวิตของเราสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น แต่ทว่าก็ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าปกติด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นขนมอาหาร หรือเครื่องดื่มที่อยู่ในเครื่องหยอดเหรียญอัตโนมัติก็ตาม หากเป็นไปได้ควรจะเลือกซื้อจากร้านค้า หรือซื้อของที่ชอบกินมาเก็บเอาไว้ที่โต๊ะทำงาน หรือบ้านดีกว่า

 
21. ยืดอายุของรถให้นานที่สุด

            หากเป็นไปได้ควรจะพยายามรักษาสภาพรถให้ดี และใช้ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยหมั่นนำรถไปตรวจเช็กสภาพตามที่ศูนย์บริการกำหนดให้ตรงเวลา พร้อมกับใช้งานอย่างทะนุถนอม นอกจากนี้ควรเตรียมเงินสำรองรายเดือนเอาไว้ใช้ในกรณีที่จะต้องซ่อมแซมหรือบำรุงรักษารถด้วย เพื่อไม่ให้รบกวนค่าใช้จ่ายในส่วนอื่น ๆ นั่นเอง

 
22. ขับจักรยานแทนรถยนต์

            ตอนนี้มีโครงการรณรงค์เกี่ยวกับการใช้จักรยานออกมามากมาย ทั้งในรูปแบบของงานแสดง หรือทริปท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั้งนี้หากวันหยุดยังไม่มีแผนไปเที่ยวที่ไหนอาจจะลองสมัครเข้าร่วมโครงการแบบนี้ดูบ้าง ส่วนในวันธรรมดาก็อาจจะใช้จักรยานเดินทางไปทำงานแทนการขับรถยนต์สลับกับใช้บริการจากรถโดยสารก็ได้

 
23. ดูหนังราคาประหยัด

            สำหรับคอหนังทั้งหลายควรจะเช็กโปรโมชั่นจากโรงหนังที่คุณจะไปเสียก่อน เพื่อไม่ให้เสียสิทธิประโยชน์ และเพื่อเป็นการประหยัดเงินไปในตัว ซึ่งแต่ละโรงหนังก็จะมีโปรโมชั่นแตกต่างกันไป อาจจะเป็นส่วนลดจากบัตรสมาชิก บัตรเดบิต บัตรเครดิต หรือรอบหนังพิเศษที่มีราคาตั๋วหนังถูกกว่ารอบปกติทั่วไป

 
24. วางแผนเที่ยวล่วงหน้า

            ส่วนคนที่อยากจะหนีความวุ่นวายในเมือง ไปหามุมสงบ ๆ สำหรับพักผ่อนควรจะเตรียมการเอาไว้ล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 เดือน หรือเปลี่ยนเป็นการท่องเที่ยวนอกฤดู เพราะคุณจะได้ทั้งราคาที่พักและราคาค่าเดินทางที่ถูกกว่าปกติ

 
25. ลดการใช้ไฟฟ้าในบ้าน

            หลังจากใช้เครื่องไฟฟ้าเสร็จแล้ว ควรจะปิดสวิตช์และถอดปลั๊กออกทุกครั้ง เพียงเท่านี้คุณก็สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนได้แล้ว เช่นเดียวกับหลอดไฟตามจุดต่าง ๆ ก็ควรจะปิดให้เรียบร้อยหากคุณไม่ได้อยู่ในบริเวณนั้นด้วยเช่นกัน
 

            เห็นไหมล่ะว่าคุณสามารถเพิ่มเงินออมได้ โดยไม่ต้องลงทุนทำธุรกิจใหญ่โตเลยสักนิด เพียงแค่คุณเปลี่ยนนิสัยกับวิถีในการดำเนินชีวิตประจำวันเท่านั้นเอง แต่ถ้าหากไม่สามารถเปลี่ยนนิสัยพร้อม กันได้ภายในครั้งเดียว อาจจะเริ่มต้นจากวันละ 1-2 กิจกรรม และทำเรื่อย ๆ ไปจนครบ เชื่อได้เลยว่า หากมีนิสัยการใช้เงินแบบนี้ จะต้องได้เป็นเศรษฐีในไม่ช้าอย่างแน่นอน



ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การเงิน ภาษี สินเชื่อ บทความการเงินน่ารู้มากมาย





หุ้นไทยวันนี้

ราคาทองวันนี้

วันที่ 20 ต.ค. 2560 , 09:28 น.
  • รับซื้อขายออก
  • ทองแท่ง20,100.0020,200.00
  • ทองรูปพรรณ19,738.3220,700.00
25 วิธีออมเงินง่าย ๆ ก็รวยได้ จากชีวิตประจำวัน โพสต์เมื่อ 20 กันยายน 2556 เวลา 12:12:18 2,636 อ่าน แสดงความคิดเห็น

คิดอย่างไรกับเรื่อง: 25 วิธีออมเงินง่าย ๆ ก็รวยได้ จากชีวิตประจำวัน ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
TOP