เลิกเถอะ ! 7 นิสัยพาจนของคน Gen Y ถ้าไม่อยากเป็นหนี้ท่วมหัว

Gen Y

          สำรวจ 7 นิสัยพาจนของคน Gen Y ที่ทำให้คนวัยนี้เป็นหนี้เยอะ ไร้เงินเก็บ ใครไม่อยากเป็นหนี้ มีเงินเก็บไว้ใช้ยามเกษียณ หยุดนิสัยเหล่านี้ให้ไว

          ด้วยบุคลิกและนิสัยการใช้เงินแบบไม่ยั้งคิดของคน Gen Y หรือกลุ่มคนที่มีอายุตั้งแต่ 22-37 ปี หลาย ๆ คน ทำให้ผลสำรวจสถานภาพทางการเงินของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือ เครดิตบูโร พบว่า คนวัยนี้จัดอยู่ในกลุ่มที่มีหนี้มากที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย เฉพาะแค่ไตรมาสแรกของปี 2560 ก็พบว่า คน Gen Y กว่า 5.24 ล้านคน มีหนี้รวมกันสูงถึง 2.13 ล้านล้านบาท แถมยังเป็นหนี้เสียถึง 20% นี่ขนาดยังไม่ได้นับรวมหนี้นอกระบบ หนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ หนี้กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งมีอัตราการผิดชำระไม่น้อยไปกว่ากันด้วยนะ เรียกได้ว่าคน Gen Y เป็นวัยที่พร้อมจะก่อหนี้ได้ตลอดเวลา จนรายได้วิ่งตามรายจ่ายไม่ทันเลยทีเดียว

          แม้หลายคนจะเถียงว่า เป็นเรื่องปกติที่คนวัยนี้ จะก่อหนี้มากกว่ากลุ่มอื่น ๆ เพราะเป็นช่วงสร้างเนื้อสร้างตัวและเริ่มมีภาระมากขึ้น แต่ก็ต้องยอมรับว่าพฤติกรรมการใช้ชีวิตหลายอย่างของคน Gen Y มีส่วนไม่น้อยเลยที่ทำให้คนวัยนี้ "เป็นหนี้เร็ว เป็นหนี้นาน และเป็นหนี้มาก" ซึ่งการเป็นหนี้ของคน Gen Y ไม่ได้กระทบกับครอบครัวของตัวเองเพียงเท่านั้น แต่ยังกระทบถึงสังคม และระบบเศรษฐกิจอีกต่างหาก แม้หลายคนจะมีเงินเดือนสูงเป็นหลักแสน แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าจะมีเงินเก็บ หรือไม่ติดหนี้ หากมีพฤติกรรมใช้จ่ายแบบไม่ยั้งคิด ดังนั้น ใครที่ไม่อยากมีหนี้ท่วมหัว จนไม่เหลือเงินเก็บไว้ใช้ตอนแก่ คงต้องรีบเลิกนิสัยที่เป็นกับดักทำให้เป็นหนี้เหล่านี้แล้วล่ะ
 
Gen Y

1. ไลฟ์สไตล์ติดหรู ซื้อของแพง

          เห็นได้ชัดเลยว่าปัจจุบันหลายคนมีค่านิยมติดหรู ทุกอย่างต้องดูแพง แบรนด์เนมเต็มตัว ต้องดื่มกาแฟ ทานขนม ทานอาหารร้านดัง ๆ เทรนด์ไหนกำลังฮิต กำลังมา คน Gen Y ไม่เคยพลาด ถึงจะต้องแถวยาวเหยียดเพื่อซื้อสินค้าที่ต้องการก็ยอม ยุคนี้ทุกสิ่งทุกอย่างดูล่อตาล่อใจ ล่อเงินออกจากกระเป๋าไปหมด ซึ่งก็คงไม่ผิดหรอกที่หลายคนจะชอบใช้ชีวิตแบบนี้ถ้ามีเงินมากพอและไม่ได้ใช้จ่ายเกินตัว

          แต่ที่เห็นส่วนมากมักจะไม่ใช่แบบนั้นน่ะซิ มีหลายคนที่เงินเดือนแค่หลักหมื่น แต่ไปใช้ชีวิตแบบคนที่มีเงินเดือนหลักแสน อยากมี อยากได้เหมือนคนอื่นเขา เลยต้องไปหยิบยืมเงินในอนาคตจากบัตรเครดิตมา จึงเป็นสาเหตุสำคัญเลยว่าทำไมคน Gen Y ถึงเป็นหนี้มากมายขนาดนี้ ซึ่งถ้าลด ๆ การใช้ชีวิตติดหรูแบบนี้ลงไปได้บ้าง ก็คงไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับหนี้ที่ต้องจ่ายหรอก

Gen Y

2. บ้าเทคโนโลยี

          สมาร์ทโฟน กล้องถ่ายรูป แกดเจ็ตต่าง ๆ เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยกับคน Gen Y ซึ่งของเหล่านี้ราคาก็ใช่ว่าจะถูก วางขายแป๊บเดียวก็ตกรุ่น ของเก่าก็ราคาตกฮวบ ๆ แต่ก็เห็นหลายคนซื้อกันเป็นว่าเล่น บางคนซื้อมือถือมาแป๊บเดียว พอเห็นรุ่นใหม่ออกมาก็เปลี่ยนกันแล้ว วิ่งไล่ตามเทคโนโลยีโดยที่ไม่ได้มองเลยว่ามีความจำเป็นหรือเปล่า หลายคนเสียเงินมากมายเพื่อจะได้รุ่นท็อป ออปชั่นสูง แต่กลับใช้ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ซื้อมาเพียงแค่ตามกระแส เห็นคนอื่นมีเลยอยากมีตาม แต่ลืมดูเงินในกระเป๋าว่าแทบไม่เหลือ ต้องมาหนักใจตอนผ่อนแต่ละเดือนอีก แบบนี้ก็ไม่ไหวนะ

Gen Y

3. ติด Social มีอะไรต้องอวด

          ทุกวันนี้ Social Media แทบจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเราไปแล้ว มีอะไรต้องโพสต์ ต้องอวดให้โลกรู้ เพื่อแสดงให้คนอื่นเห็นว่าชีวิตดูดี มีความสุข ทั้งที่จริงแล้วอาจจะไม่ได้เป็นแบบรูปที่โพสต์หน้าเฟซบุ๊กเลยก็ได้ แต่ก็สืบเนื่องมาจากไลฟ์สไตล์ติดหรูอย่างที่บอกไปแล้วในข้อแรก ทำให้หลายคนถึงขนาดต้องเป็นหนี้ เป็นสิน เพื่อปรนเปอไลฟ์สไตล์ของตัวเอง อย่างการไปนั่งทานอาหารร้านหรูแทบจะทุกวัน ช้อปปิ้งแต่ของแบรนด์เนม ใช้สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ ตลอดเวลา ไปเที่ยวต่างประเทศกี่ครั้งก็พักโรงแรมห้าดาว โดยที่ตัวเองก็ไม่ได้มีเงินเป็นถุงเป็นถัง แค่อยากถ่ายรูปโชว์เพื่อน ซึ่งบอกเลยว่าถ้าไม่เลิกพฤติกรรมแบบนี้ ไม่มีทางที่จะเก็บเงินได้แน่นอน

Gen Y

4. ใช้บัตรเครดิตจนเกินตัว

           ปัญหาหลักที่ทำให้คน Gen Y เป็นหนี้กันมากมายขนาดนี้ สาเหตุหนึ่งก็มาจากบัตรเครดิต ซึ่งรู้ไหมว่าในแต่ละปีมีบัตรเครดิตออกใหม่ประมาณ 2 ล้านใบ และกว่า 50% เป็นการอนุมัติให้กลุ่ม Gen Y ทำให้ปัจจุบันคน Gen Y มีบัตรเครดิตเฉลี่ยแล้ว 3-4 ใบต่อคนเลย นำมาสู่การใช้จ่ายทุกอย่างด้วยบัตรเครดิตแบบเกินตัว อะไรรูดได้ รูดหมด ซึ่งเป็นสิ่งที่อันตรายมาก เพราะบางคนใช้จ่ายโดยไม่ได้ดูความสามารถของตัวเองว่าจะหาเงินมาชำระได้หรือเปล่า ต่อให้เลือกผ่อนชำระแบบ 0% ก็เหอะ แต่นี่คือกับดักลวงตาเห็น ๆ เลย เพราะพอเห็นจำนวนเงินที่ต้องจ่ายต่อเดือนแค่นิดเดียว ก็ทำให้เรากล้าซื้อ กล้าจ่ายมากขึ้น จนลืมคิดไปว่าถ้ารูดแบบไม่ลืมหูลืมตาหลาย ๆ อย่างรวมกันแล้วก็ไม่ใช่เงินน้อย ๆ

          และหลุมพรางที่น่ากลัวที่สุดก็คือ มีหลายคนชอบจ่ายหนี้บัตรเครดิตแบบขั้นต่ำ คือ จ่ายแค่ 10% ของยอดเงินทั้งหมด ไม่ยอมจ่ายเต็ม คิดว่าเดี๋ยวไว้ไปเสียทีหลังก็ได้ แต่นี่คือหายนะชัด ๆ เพราะถ้าเราจ่ายขั้นต่ำ ส่วนที่เหลือก็ยิ่งเป็นหนี้ทบไปเรื่อย ๆ แถมต้องเสียดอกเบี้ยอีกต่างหาก ซึ่งดอกเบี้ยส่วนนี้เขาคิดตั้งแต่วันที่เรารูดซื้อของ ไม่ใช่นับตั้งแต่วันตัดบิล พอนาน ๆ เข้า หนี้ก็กองเป็นดินพอกหางหมู จ่ายหนี้ไม่ไหว ก็หันไปเปิดบัตรเครดิตใบใหม่มาโปะหนี้เดิม กลายเป็นหนี้วนไปแบบไม่รู้จบ หรือถ้าใครเลือกกดเงินสดจากบัตรมาใช้ด้วยแล้ว ก็เตรียมกุมขมับได้เลย เพราะเขาคิดดอกเบี้ยสูงถึงปีละ 28% เงินไม่มี หนี้ไม่จ่าย สุดท้ายก็อาจโดนฟ้องได้ ถ้าใช้จ่ายเกินตัว

Gen Y

5. ขาดเป้าหมายในการออม

          หลายคนทำงานมีเงินเดือน แต่ไม่เคยตั้งเป้าหมายในการออมเลย ทำให้ใช้เงินไปวัน ๆ โดยไม่ได้คิดถึงแผนในระยะยาว เพราะฉะนั้นคน Gen Y ที่อยากจะมีเงินเก็บ ไม่เป็นหนี้ อันดับแรกเลยควรตั้งเป้าหมายในการออมเงินก่อน โดยต้องตอบตัวเองให้ชัดเจนว่า เราจะออมเงินไปเพื่ออะไร แบ่งเป็นสัดส่วนให้ชัด และกำหนดว่าภายในกี่ปีจะมีเงินเก็บเท่าไหร่ เช่น พอเงินเดือนออกก็ถอนออกมาเลยสัก 10% หรือมากกวานั้น แล้วเอาไปฝากไว้อีกบัญชีที่ถอนยาก ๆ ลองทำแบบนี้ทุก ๆ เดือน เชื่อเถอะว่าวันหนึ่งเราจะหัวใจพองโตเมื่อเห็นตัวเลขในบัญชีที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนน่าตกใจ

Gen Y

6. ไล่ตามศิลปิน

          คน Gen Y เป็นกลุ่มที่ชอบใช้ชีวิตอย่างมีความสุข หาความสนุกให้ตัวเองตลอดเวลา จึงเห็นว่าหลายคนพอมีเงินหน่อย ก็เอาไปเปย์ศิลปินที่ชื่นชอบ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดอะไร ถ้ามันไม่มากจนเกินไป แต่กับบางคนนี่สิที่เป็นสายเปย์จัดเต็มทุกอย่าง ไหนจะมีตติ้ง บัตรคอนเสิร์ต ป้ายไฟ ของที่ระลึกสารพัด เรียกว่ามีอะไรซื้อหมด บางคนถึงไปตระเวนตามศิลปินทุกฝีก้าวทั้งในไทยและต่างประเทศอีกต่างหาก บ่อยครั้งเข้าถ้าเงินไม่พอก็ต้องหยิบยืม จนเป็นหนี้ในที่สุด เพราะฉะนั้น ถ้าคิดจะเป็นติ่งใคร แฟนคลับคนไหน ก็ขอให้ใช้เงินอย่างพอประมาณ เพราะคงไม่ดีหรอกที่จะยอมซื้อความสุขแป๊บเดียว เพื่อแลกกับการเป็นหนี้ไปทั้งชีวิต 
 

Gen Y

7. อยากรวยเร็ว แต่ขาดความรู้ทางการเงิน

          ใคร ๆ ก็อยากรวยกันทั้งนั้น โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y ที่มีนิสัยอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองตั้งแต่เด็ก หรือบางคนเริ่มลงทุนตั้งแต่ยังเรียนไม่จบก็มี ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะยิ่งเริ่มก่อน ก็ยิ่งได้เปรียบ แต่ก็พบว่ามีหลายคนเลยที่รีบลงทุน รีบทำธุรกิจ แต่ขาดความรู้ ความเข้าใจในสิ่งที่ทำ สุดท้ายก็ไม่ประสบความสำเร็จดังที่หวัง จึงขอฝากไว้เลยว่า การศึกษาหาความรู้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก หากคิดว่าตัวเองยังมีความรู้ไม่มากพอ ก็อย่าพึ่งคิดลงทุนอะไรจะดีกว่า เก็บเงินไว้รอวันที่เราพร้อมจริง ๆ นี่ล่ะชัวร์กว่าเห็น ๆ หรืออาจเลือกลงทุนแบบที่ยังไม่เสี่ยงมากไปก่อน เช่น ฝากเงินในบัญชีเงินฝากประจำ ซื้อพันธบัตรรัฐบาล ซื้อสลากออมทรัพย์ ลงทุนในกองทุนรวม หรือลงทุนในหุ้นปันผลดีในจังหวะดี ๆ ก็น่าจะได้ผลตอบแทนไม่น้อยเหมือนกัน


          จริง ๆ แล้ว ไม่เฉพาะคน Gen Y เท่านั้นนะที่ควรเลิกนิสัยพาจนเหล่านี้ แต่รวมไปถึงคนวัยอื่น ๆ ด้วย ถ้าเห็นว่าตัวเองมีพฤติกรรมแบบที่ว่ามาละก็ รีบปรับเปลี่ยนนิสัยการใช้เงินโดยด่วนเลย ไม่อย่างนั้นคุณอาจจะมีหนี้ท่วมหัวโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้ แถมยังจะทำให้ชีวิตในวัยเกษียณไร้ความสุข เพราะไม่มีเงินเก็บเลยนั่นเอง

เลิกเถอะ ! 7 นิสัยพาจนของคน Gen Y ถ้าไม่อยากเป็นหนี้ท่วมหัว โพสต์เมื่อ 4 มกราคม 2561 เวลา 16:47:27 12,270 อ่าน แสดงความคิดเห็น

คิดอย่างไรกับเรื่อง: เลิกเถอะ ! 7 นิสัยพาจนของคน Gen Y ถ้าไม่อยากเป็นหนี้ท่วมหัว ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
TOP