มนุษย์เงินเดือนป้ายแดงกับเรื่องภาษีปี 2560 ที่ต้องระวัง

ภาษีปี 2560

          มนุษย์เงินเดือนป้ายแดงที่มีรายได้ไม่ถึง 26,000 บาทต่อเดือน จะยังไม่เสียภาษีและยังไม่จำเป็นต้องซื้อ LTF/RMF ส่วนคนที่มีฐานภาษีอยู่ที่ 5% และมีรายได้ประเภทดอกเบี้ย เงินปันผล ซึ่งหักภาษี ณ ที่จ่ายไปแล้ว ก็สามารถขอคืนภาษีได้

ภาษีปี 2560

          ปีภาษี 2560 นี้ มนุษย์เงินเดือนอย่างเราได้เฮกันอย่างแน่นอน เพราะมีการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งจะทำให้เรามีเงินในกระเป๋าเพิ่มมากขึ้น แต่จะเพิ่มขึ้นได้อย่างไร และคนที่เป็นมนุษย์เงินเดือนป้ายแดงมีข้อควรระวังอะไรบ้าง K-Expert มีคำตอบในเรื่องนี้มาฝากกัน  

          เกณฑ์ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2560

          ในปีภาษี 2560 มนุษย์เงินเดือนจะได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ดังนี้

          1. หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้เพิ่มขึ้น สำหรับเงินได้ 40(1) ซึ่งเป็นเงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน และ 40(2) ซึ่งเป็นเงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ หรือจากการรับทำงานให้ สามารถหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้เพิ่มขึ้น คือจากเดิมที่หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 40% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 60,000 บาท เปลี่ยนเป็น หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 50% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท

          2. ลดหย่อนได้มากขึ้น มนุษย์เงินเดือนสามารถลดหย่อนได้มากขึ้น ทั้งจากค่าลดหย่อนส่วนตัว ค่าลดหย่อนคู่สมรส (ที่ไม่มีเงินได้) และค่าลดหย่อนบุตร ดังนี้
 
ภาษีปี 2560

         
จากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทั้งการหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้เพิ่มขึ้นและลดหย่อนได้มากขึ้น ทำให้มนุษย์เงินเดือนอย่างเราเสียภาษีน้อยลง นอกจากนี้ ยังทำให้เกณฑ์รายได้ขั้นต่ำที่ต้องเสียภาษีปรับเพิ่มสูงขึ้นด้วย จากเดิมที่คนโสดมีเงินเดือน 20,000 บาทต่อเดือนจะเริ่มเสียภาษี ปีนี้ก็ขยับขึ้นเป็น 26,000 บาทต่อเดือน

          มาถึงตรงนี้ จึงมีข้อควรระวังที่อยากจะเตือนมนุษย์เงินเดือนป้ายแดงสักเล็กน้อยเรื่องการซื้อ LTF/RMF เพื่อลดหย่อนภาษี เช่น หากเรามีรายได้อยู่ที่ 25,000 บาทต่อเดือน นั่นหมายความว่าเรายังไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องซื้อ LTF/RMF เพราะจะมีข้อเสียมากกว่าข้อดี คือนอกจากจะไม่ได้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีแล้ว ในกรณีของ LTF หากขายหน่วยลงทุนแล้วมีกำไร กำไรที่ได้รับจากการขายจะต้องนำมารวมเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษีอีกด้วย ฉะนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อ LTF/RMF อย่าลืมดูฐานเงินเดือนและคำนวณรายได้ทั้งปีก่อนว่าปีนี้เราต้องเสียภาษีไหม หากเสียต้องเสียที่ฐานเท่าไร จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจเพราะตัดสินใจใช้สิทธิลดหย่อนภาษีผิดพลาดนั่นเอง

          แต่สำหรับคนที่สนใจหรือชอบลงทุนในกองทุนหุ้นอยู่แล้ว เพราะรับความเสี่ยงได้สูง มีเวลาลงทุนนาน 3 ปีขึ้นไป และอยากเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น ก็แนะนำให้ลงทุนในกองทุนหุ้นทั่วไปจะดีกว่า

          ส่วนคนที่ลองคำนวณรายได้แล้วพบว่า ปีนี้ตัวเองเสียภาษีอยู่ที่ฐาน 5% หรือรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี โดยมีรายได้ประเภทเงินปันผลจากการลงทุนในกองทุนรวม หรือดอกเบี้ยจากการฝากประจำ พันธบัตร หุ้นกู้ ซึ่งถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไปแล้ว 10-15% คือสูงกว่าฐานภาษีที่เราต้องเสีย ตรงนี้อยากแนะนำให้ขอคืนภาษี ซึ่งวิธีการก็ไม่ยากเลย แค่ขอหลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากธนาคารหรือ บลจ.ที่เราฝากเงินหรือลงทุน แล้วนำรายได้ประเภทดอกเบี้ยและเงินปันผลมารวมคำนวณเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษีตามฐานภาษีของเรา เพียงแค่นี้ เราก็สามารถขอคืนภาษีได้แล้ว

          K-Expert Action

          •คำนวณฐานภาษีของตัวเองในปีนี้ ก่อนตัดสินใจซื้อ LTF/RMF เพื่อลดหย่อนภาษี
          •ขอคืนภาษีเงินปันผลจากการลงทุนในกองทุนรวม หรือดอกเบี้ยจากการฝากประจำ พันธบัตร หุ้นกู้ ที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย หากรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษีหรือมีฐานภาษีอยู่ที่ 5%

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
 
มนุษย์เงินเดือนป้ายแดงกับเรื่องภาษีปี 2560 ที่ต้องระวัง โพสต์เมื่อ 6 มิถุนายน 2560 เวลา 15:46:12 15,733 อ่าน แสดงความคิดเห็น

คิดอย่างไรกับเรื่อง: มนุษย์เงินเดือนป้ายแดงกับเรื่องภาษีปี 2560 ที่ต้องระวัง ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
TOP