ฟรีแลนซ์ต้องรู้ ! เคล็ดลับสร้างความเชื่อถือ เพื่อสินเชื่อผ่านฉลุย

ทำงาน

         สินเชื่ออีกหนึ่งทางออก เมื่อเงินทุนไม่เพียงพอ แต่สำหรับคนทำอาชีพอิสระ จะทำอย่างไรให้ได้รับการอนุมัติแบบผ่านฉลุย ลองมาดูคำแนะนำกัน

         สิ่งสำคัญของการประกอบอาชีพอิสระอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้นั่นก็คือเรื่องของเงินทุน เพราะทุกอย่างในธุรกิจต่างต้องใช้เงินเป็นปัจจัยในการขับเคลื่อนแทบทั้งนั้น ในกรณีที่มีเงินทุนเพียงพอก็ไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าหากต้องประสบปัญหาเงินทุนขาดมือล่ะ ทางออกที่พึ่งพาได้ดีที่สุดก็คงจะเป็นสินเชื่อในระบบจากธนาคารต่าง ๆ แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นอาชีพอิสระแล้ว ความเข้มงวดในการพิจารณาปล่อยกู้ก็ต้องเข้มข้นกว่าผู้ที่ทำงานประจำอย่างแน่นอน วันนี้นิตยสาร Lisa ได้นำคำแนะนำดี ๆ ที่คนอาชีพอิสระควรรู้เกี่ยวกับการอนุมัติสินเชื่อเพื่อธุรกิจอิสระของธนาคารมาฝากกัน อยากให้เงินกู้ผ่านฉลุย ต่อยอดธุรกิจได้แบบไม่เจอกับภาวะชะงักงัน เรี่องเหล่านี้มองข้ามไม่ได้เลย

         อาชีพอิสระ ถือเป็นอาชีพที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการค้าขาย ทั้งแบบที่มีหน้าร้านชัดเจน หรือค้าขายในโลกออนไลน์ นอกจากนี้ยังรวมถึงการบริการ การผลิตต่าง ๆ ซึ่งจากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พ.ศ. 2556 พบว่ามีผู้ทำงานเป็นแรงงานนอกระบบ โดยส่วนหนึ่งเป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ จำนวนประมาณ 25 ล้านคน อันเป็นสัดส่วนที่มากกว่าแรงงานในระบบ และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละปี อาชีพอิสระแบบนี้หากบริการจัดการดี ๆ ก็สามารถประสบความสำเร็จกลายเป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และเติบโตต่อไปได้ดีด้วยนะ

 ฟรีแลนซ์ต้องรู้  เคล็ดลับสร้างความเชื่อถือ เพื่อสินเชื่อผ่านฉลุย

เริ่มอย่างไรดี ?

         หลาย ๆ คนที่คิดอยากทำอาชีพอิสระต้องเริ่มหาจุดขายที่ตัวเองสนใจ และที่สำคัญคือ มีความชำนาญ ความถนัด ที่ทำให้ธุรกิจของเราได้เปรียบคู่แข่งในตลาดก่อน เมื่อเจอสิ่งที่ชอบ สิ่งที่ใช่ คำถามต่อมาก็คือ จะเริ่มต้นยังไง ลงทุนยังไง ทางเลือกก็หนีไม่พ้นการแคะกระปุกตัวเองก่อนว่า มีพอที่จะเริ่มธุรกิจหรือต่อยอดธุรกิจหรือไม่ หากไม่พอ ทางเลือกที่เป็นที่นิยมคือการขอกู้เงินเพื่อทำธุรกิจจากสถาบันการเงินกองทุนของรัฐ หรือกู้นอกระบบ

         มีสถิติที่น่าสนใจเรื่องการกู้มาเล่าให้ฟังค่ะ ผลวิจัยของกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน (ธันวาคม 2557) พบว่าอาชีพที่ยื่นขออนุมัติเงินกู้จากธนาคารมากที่สุด 3 อันดับแรก และได้รับอนุมัติสินเชื่อมากที่สุด ได้แก่

        อาชีพการขายปลีก เช่น ขายสินค้าอุปโภคบริโภค ขายเสื้อผ้าสำเร็จรูป และขายเคมีภัณฑ์การเกษตร เป็นต้น
        อาชีพการบริการด้านอาหารและเครื่องดื่ม
        อาชีพการเพาะปลูกและการเลี้ยงสัตว์

         สำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่สามารถลงทุนได้เอง คงไม่มีปัญหาเรื่องการทำเรื่องขอกู้เงินกับธนาคาร แต่ยังมีผู้ประกอบการอีกเป็นจำนวนมากที่มีเงินลงทุนไม่มากพอ ต้องขอกู้เงินมาเพื่อลงทุน มากบ้าง น้อยบ้าง ในกรณีนี้เราลองมองมุมกลับมาดูหลักเกณฑ์การพิจารณาการปล่อยสินเชื่อธุรกิจของทางฝั่งธนาคาร เพื่อใช้เป็นกรอบในการพิจารณาขอกู้เงินเพื่อลงทุนในธุรกิจดูนะ

 ฟรีแลนซ์ต้องรู้  เคล็ดลับสร้างความเชื่อถือ เพื่อสินเชื่อผ่านฉลุย

หลัก 5Cs ที่ธนาคารใช้วิเคราะห์ในการปล่อยสินเชื่อธุรกิจ

1. อุปนิสัยของลูกค้า (Character)

         ปัจจัยสำคัญข้อแรกคือตัวผู้กู้นั่นเอง เพราะทางธนาคารต้องมองก่อนว่าผู้ขอกู้นั้นมีศักยภาพทั้งศักยภาพในการดำเนินธุรกิจให้สำเร็จตามแผนที่เสนอกับทางธนาคารได้หรือไม่ และศักยภาพในการจ่ายชำระคืนเงินกู้ โดยกระบวนการปกติ ธนาคารจะเช็กประวัติผู้ขอกู้ทุกราย ตั้งแต่สถานภาพ ฐานะ ประวัติการทำงาน สำหรับบางธุรกิจที่มีผู้ขอกู้กับทางธนาคารอยู่ ก็จะมีการเปรียบเทียบศักยภาพกับผู้ขอกู้อื่น ๆ ในธุรกิจเดียวกันด้วยนะ นอกจากประวัติส่วนตัวโดยทั่วไป สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการตรวจสอบประวัติทางการเงินโดยรวมผ่านเครดิตบูโร และประวัติการทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคาร โดยจะต้องเป็นผู้มีประวัติดี ไม่มีประวัติของการทุจริต เบี้ยวหรือโกงเงินจากธุรกรรมที่ผ่านมา ธนาคารก็พอจะอุ่นใจได้

2. ความสามารถในการชำระหนี้ (Capacity)

         จากข้อแรก เมื่อดูว่าผู้ขอกู้นั้นประวัติดีแล้ว ก็จะมาดูความสามารถในการชำระหนี้โดยประเมินจากปัจจัยการลงทุนในธุรกิจที่ผู้ขอกู้เสนอเข้ามา ตั้งแต่

        1) แผนหรือโครงการที่จะขอเงินกู้

        2) จำนวนเงินที่กู้

        3) ระยะเวลาการขอกู้

         ธนาคารจะประเมินแผนหรือโครงการดังกล่าวว่ามีความเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จแค่ไหน จะหารายได้ได้เพียงใด และรายได้ที่คาดว่าจะได้รับจะเพียงพอต่อการชำระหนี้ที่ขอกู้มาหรือไม่ ในข้อนี้เองเป็นสิ่งที่ธนาคารมักใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อมากที่สุดก็ว่าได้ สำหรับการขอสินเชื่อเพื่อต่อยอดธุรกิจเดิม มี Tips สำคัญในเรื่องนี้คือ ให้แสดงการบันทึกบัญชีสม่ำเสมอ และควรแสดงให้เห็นถึงรายรับที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง หากปัจจัยนี้ไม่มีปัญหาอะไร ธนาคารก็อุ่นใจกว่าครึ่งแล้ว

3. เงินทุน (Capital)

         เงินทุน ดูจาก 2 ส่วนง่าย ๆ คือ “เงินที่ขอกู้” กับ “เงินที่เราจะลงทุนเอง” หากเรากู้เยอะธนาคารก็มองว่าเป็นโครงการที่มีความเสี่ยงมาก กลับกัน หากเราลงทุนร่วมไปด้วยส่วนหนึ่งขอกู้ส่วนหนึ่ง ความเสี่ยงที่ธนาคารประเมินก็จะลดลงตามไปด้วย โดยธนาคารก็จะดูในภาพรวมด้วยว่าเงินที่ขอกู้ไปกับเงินที่ลงทุนเอง รวม ๆ แล้วทำให้ธุรกิจดำเนินไปได้ด้วยดีหรือไม่ ถ้าธนาคารประมาณว่า เมื่อให้เงินกู้รวมกับเงินลงทุนไปแล้วยังไม่เหมาะสมกับขนาดของโครงการ หรือยังน้อยไปเพื่อทำให้โครงการสำเร็จได้ ก็จะเป็นประเด็นที่ธนาคารพิจารณาไม่อนุมัติได้เหมือนกัน

4. หลักประกัน (Collaterals)

         การขอสินเชื่อธุรกิจจากธนาคารจะต้องมีหลักประกันแทบทั้งสิ้น ตรงนี้เป็นการป้องกันความเสี่ยงของธนาคารเองหากเกิดกรณีที่ไม่คาดคิด แม้ว่าจะประเมินปัจจัยต่าง ๆ ข้างต้นไปแล้วก็เถอะ โดยหลักประกันจะมีมูลค่าสูงแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินกู้ของเรานั่นเอง ขอกู้วงเงินสูงก็ต้องมีหลักประกันสูงตามไปด้วย โดยหลักประกันที่มีมูลค่าและเป็นที่ยอมรับจากทุก ๆ ธนาคารก็คือสินทรัพย์อย่างที่ดิน เป็นต้น

5. สถานการณ์ (Condition)


         ประเด็นสุดท้ายเป็นการประเมินปัจจัยภายนอก ซึ่งธนาคารจะพิจารณานอกเหนือจากโครงการและข้อมูลของผู้ขอกู้ที่เราเสนอเข้าไป โดยจะพิจารณาจากภาวะเศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศ นโยบายของรัฐบาล ความผันผวนของตลาดในธุรกิจของผู้ขอกู้ ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ เพื่อประเมินความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อธุรกิจของผู้ขอกู้ได้

         พอรู้ว่าธนาคารมองปัจจัยใดบ้างในการพิจารณาอนุมัติเงินกู้ เราก็ควรจัดการเสนอโครงการและข้อมูลประกอบให้สมบูรณ์ครบถ้วน ยังไงก็ขอให้โชคดีกันทุกคน อย่าลืมว่าเมื่อได้รับอนุมัติเงินกู้แล้ว ทีนี้ก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องมีวินัยในการส่งเงินคืนแต่ละเดือน ตรงนี้แอบแนะนำสั้น ๆ ว่าเงินที่เราส่งไป จะไปตัดดอกเบี้ยและเงินต้นตามยอดจริง โดยธนาคารจะตัดดอกเบี้ยก่อน ส่วนเกินจะไปตัดเงินต้น อย่างน้อยที่สุดเราต้องส่งให้เพียงพอกับยอดดอกเบี้ยนะ มิฉะนั้นจะเกิดภาวะดอกเบี้ยทบต้น ทีนี้ผ่อนกันหัวโตทีเดียว กลับกัน ยิ่งเราส่งเงินในส่วนของเงินต้นได้มากเท่าไร จำนวนดอกเบี้ยและระยะเวลาชำระก็จะลดลงได้มากเท่านั้น จะหมดภาระกันเร็วขึ้นค่ะ

         ได้ทราบกันแบบนี้ใครที่กำลังคิดจะเริ่มธุรกิจอิสระหรือคิดจะพึ่งพาสินเชื่อในระบบ ก็พอจะรู้แนวทางในการเตรียมตัวแล้วใช่ไหมล่ะ แต่อยากให้รู้ไว้ว่าอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่จะช่วยทำให้เครดิตของเราดีขึ้น ก็คือวินัยในการชำระหนี้ หากเราสามารถชำระหนี้ได้ตรงเวลา เครดิตของเราก็จะยิ่งดีขึ้นส่งผลถึงการขอเพิ่มเงินทุนในอนาคตนะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก




 

คิดอย่างไรกับเรื่อง: ฟรีแลนซ์ต้องรู้ ! เคล็ดลับสร้างความเชื่อถือ เพื่อสินเชื่อผ่านฉลุย ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !

หุ้นไทยวันนี้

ราคาทองวันนี้

วันที่ 23 ก.พ. 2560 , 09:27 น.
  • รับซื้อขายออก
  • ทองแท่ง20,400.0020,500.00
  • ทองรูปพรรณ20,026.3621,000.00
ฟรีแลนซ์ต้องรู้ ! เคล็ดลับสร้างความเชื่อถือ เพื่อสินเชื่อผ่านฉลุย โพสต์เมื่อ 6 พฤศจิกายน 2558 เวลา 12:06:07 4,618 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP