100 วิธีเก็บเงิน เป็นเศรษฐีได้ง่าย ๆ เพียงแค่คุณเริ่มต้น

100 วิธีเก็บเงิน เป็นเศรษฐีได้ง่าย ๆ เพียงแค่คุณเริ่มต้น
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

            เชื่อว่าหลายคนคงประสบปัญหาเรื่องรายรับไม่สมดุลกับรายจ่ายเป็นแน่ เพราะชีวิตประจำวันของเรามีเรื่องให้ ใช้จ่ายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง อาหาร ของใช้ รวมไปถึงค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ ในขณะที่รายรับมีอยู่อย่างจำกัด ในสภาวะเช่นนี้จึงทำให้ผู้คนจำเป็นจะต้องกู้หนี้ยืมสินมาช่วยปรับสมดุลให้กับการเงินของตัวเอง ทั้งที่จริงแล้วอาจะไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นเลยก็ได้ หากคุณลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และนำส่วนนั้นมาเป็นเงินเก็บสำหรับสร้างอนาคต ซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องยาก แต่ขอแค่คุณเริ่มต้นด้วย 100 วิธีออมเงินง่าย ๆ จาก The simple dollar ชีวิตของคุณจะได้เป็นอิสระจากหนี้ และเริ่มเดินตามความฝันของตัวเองกันเสียที


1. เลือกเปิดบัญชีกับธนาคารที่คิดค่าธรรมเนียมน้อยกว่า

            คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายหนักจ่ายแพงให้กับธนาคารที่คิดค่าธรรมเนียมหลายทางอีกต่อไป ในเมื่อตอนนี้มีธนาคารทางเลือกให้ใช้บริการมากมาย ทั้งของภาครัฐและเอกชน หันมาใส่ใจกับเงื่อนไขเกี่ยวกับการคิดค่าธรรมเนียมของแต่ละธนาคารสักนิด เพื่อลดรายจ่ายให้น้อยลง พร้อมกับมีเงินออมในบัญชีที่มากขึ้นกันดีกว่า


2. ปิดโทรทัศน์

            วิธีธรรมดาง่าย ๆ แต่เชื่อเถอะว่าเป็นวิธีที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้มากที่สุด ค่าใช้จ่ายที่ว่านี้ไม่ได้หมายถึงค่าไฟฟ้าที่คุณต้องรับผิดชอบในแต่ละเดือนเท่านั้น แต่ยังเป็นการลดค่าใช้จ่ายความต้องการส่วนตัวที่เกิดจากการโฆษณา แถมยังมีเวลาเหลือเฟือสำหรับทำกิจกรรมอื่น ๆ อีกด้วย


3. เข้าใจความจำเป็นของการสะสม

            เชื่อว่าหลายคนคงมีนิสัยชอบสะสมเกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองรัก อย่างเช่น หนังสือ ตุ๊กตา หรืออื่น ๆ แต่หลังจากนี้ก่อนที่คุณจะซื้อทุกครั้งควรถามตัวเองให้ดีก่อนว่า ซื้อเพราะต้องการจะสะสม เป็นงานอดิเรกอย่างหนึ่งของตัวเองจริง ๆ หรือซื้อตามความเคยชินกันแน่ นอกจากนี้อาจจะมองหากิจกรรมที่เป็นงานอดิเรกอย่างอื่นแทนการสะสมของก็ได้


4. สมัครบัตรสมาชิกกับร้านค้าที่ไม่คิดค่าธรรมเนียม

            ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้ซื้อของจากร้านนั้นบ่อยนัก แต่ก็ควรจะมีบัตรสมาชิกติดตัวเอาไว้บ้าง เนื่องจากบัตรสมาชิกของจากร้านค้าต่าง ๆ นอกจากจะมีส่วนลดสำหรับสินค้าแต่ละชิ้นแล้ว บางครั้งอาจจะมีบัตรกำนัล โปรโมชั่นพิเศษ หรือของแถมให้คุณนำติดไม้ติดมือกลับมาด้วย


5. ทำของขวัญด้วยตัวเอง

            ตอนนี้มีวิธีทำของขวัญมากมายซึ่งสามารถ หาดูได้ตามสื่อต่าง ๆ ทั้งหนังสือ เว็บไซต์ นิตยสาร โดยอาจจะเป็นการ์ด ขนม ของแต่งบ้าน อย่างเช่น สบู่ เทียนหอม หรือนาฬิกา และแนบไปพร้อมกับคำอวยพรซึ้ง ๆ ที่เขียนด้วยลายมือของคุณเอง


6. ยึดกฎ 30 วัน

            เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณกำลังจะซื้อของที่ไม่จำเป็น คุณไม่ควรจะรีบนำสิ่งของไปจ่ายเงินในตอนนั้น แต่ควรถามความต้องการของตัวเอง และรอจนกว่าจะครบ 30 วัน ว่าคุณยังต้องการสิ่งของชิ้นนั้นอยู่หรือไม่


7. เขียนลิสต์สิ่งของที่ต้องการก่อนช้อปปิ้งทุกครั้ง

            ทุกครั้งที่คุณจะออกไปซื้อของควรจะมีลิสต์สิ่งของติดมือไปด้วย และย้ำกับตัวเองเสมอว่า จะต้องซื้อเฉพาะของที่อยู่ในลิสต์ดังกล่าวเท่านั้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ตัวเองเผลอหยิบของอื่น ๆ ลงตะกร้านั่นเอง


8. ชวนเพื่อน ๆ มาปาร์ตี้ที่บ้าน

            เชื่อว่ามีมนุษย์เงินเดือนจำนวนไม่น้อยที่ชอบชวนเพื่อน ๆ ออกไปท่องราตรี หรือรับประทานอาหารอร่อย ๆ กันหลังเลิกงานในช่วงวันหยุด ซึ่งรายจ่ายแต่ละครั้งก็ค่อนข้างเยอะพอสมควร ดังนั้นถ้าไม่อยากฝากท้องไว้กับมาม่าตอนสิ้นเดือน ลองเปลี่ยนวิธีเป็นการชวนเพื่อน ๆ มาปาร์ตี้ที่บ้านกันดีกว่า ที่ทั้งสะดวก ประหยัด แถมยังปลอดภัยด้วย


9. DIY เสื้อผ้าเก่าด้วยวิธีเก๋ ๆ

            หากก่อนหน้านี้คุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบโยนเสื้อผ้าเก่าหรือเสื้อผ้าชำรุดทิ้ง และแทนที่ด้วยเสื้อผ้าตัวใหม่แล้วล่ะก็ จากนี้ก่อนจะนำไปทิ้งลองดูก่อนว่า คุณสามารถจะซ่อมแซมหรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบได้หรือไม่ อย่างเช่น เย็บกระดุมใหม่เมื่อกระดุมเก่าหลุด ประยุกต์กางเกงยีนส์เป็นกระเป๋าสะพาย หรือดีไซน์กระโปรงตัวใหม่จากเสื้อเก่า เป็นต้น


10. สอนให้ลูกประหยัดและรู้จักอดออม

            พ่อแม่ทุกคนคงรู้กันดีว่า เด็กส่วนใหญ่ยังไม่มีวุฒิภาวะพอที่จะดูแลสิ่งของของตัวเองได้ ดังนั้นควรจะซื้อของเล่นในราคาที่ถูกลงมาสักหน่อย หรือสอนให้ลูกรู้จักประดิษฐ์ของเล่นเอง โดยเริ่มต้นจากกิจกรรมง่าย ๆ อย่างเช่น พับกระดาษ วาดรูประบายสี ก่อนจะสอนเรื่องอื่น ๆ ตามความสนใจของลูก

100 วิธีเก็บเงิน เป็นเศรษฐีได้ง่าย ๆ เพียงแค่คุณเริ่มต้น


11. ลดวงเงินในบัตรเครดิต

            ยิ่งคุณมีวงเงินในบัตรเครดิตมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งใช้เงินมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะความประมาทของตัวเองที่คิดว่า ถึงแม้จะไม่มีเงินสดติดตัว แต่ก็ยังมีเงินสำรองจากบัตรเครดิตช่วยชีวิตได้ ซึ่งการคิดแบบนี้เสี่ยงต่อจำนวนหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ฉะนั้นหากไม่อยากเป็นหนี้บัตรเครดิตไปตลอดชีวิต ควรจะโทรศัพท์ไปขอลดวงเงินในบัตรเครดิต และหยิบบัตรเครดิตมาใช้เฉพาะยามจำเป็นเท่านั้น


12. บันดาลเงินออมจากตู้เสื้อผ้า

            ลองคัดแยกเสื้อผ้าที่มีอยู่ภายในตู้เสื้อผ้าทั้งหมดออกมาเป็น 2 ส่วนคือ เสื้อผ้าที่ใช้อยู่กับไม่ใช้แล้ว จากนั้นก็นำเสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้วไปทำความสะอาดก่อนประกาศขายทางอินเทอร์เน็ต หรือเปิดซุ้มขายในตลาดขายของมือ 2 เป็นต้น


13. ซื้อเฉพาะแผ่นเกมหรือแผ่นเพลงที่ควรค่าแก่การเก็บ

            เนื่องจากในแต่ละสัปดาห์มีเพลงและเกมใหม่ ๆ ออกมามากมาย คงไม่ดีแน่ ๆ หากคุณตามซื้อทุกแผ่นมาเก็บเอาไว้ หากเป็นไปได้ควรจะซื้อเฉพาะแผ่นเพลง หรือเกมที่คุณคิดว่า มีคุณค่าทางจิตใจ และน่าจะมีราคาในอนาคตมาใช้ดีกว่า


14. ดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้น

            การดื่มน้ำเปล่าไม่ได้ดีต่อสุขภาพของคุณเท่านั้น แต่การดื่มน้ำเปล่ายังเป็นประโยชน์กับสถานการณ์ทางการเงินของคุณด้วย โดยดื่มก่อนรับประทานอาหารประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ตัวเองรับประทานอาหารมากเกินไป และในขณะเดียวกันก็ยังดีต่อระบบย่อยอาหารในร่างกาย ดีสองต่อขนาดนี้ไม่ทำไม่ได้แล้วล่ะ


15. ลดการซื้ออาหารสำเร็จรูป

            อาหารสำเร็จรูปที่ว่านี้ไม่ได้จำกัดแค่อาหารที่ซื้อจากร้านค้าทั่วไปเท่านั้น แต่รวมไปถึงฟาสต์ฟู้ด อาหารแช่แข็งที่ต้องปรุงสุกด้วยไมโครเวฟ และอื่น ๆ ซึ่งถ้าหากคุณยังพอมีเวลาว่างก็ควรจะเริ่มทำอาหารรับประทานเองที่บ้านบ้าง ส่วนอาหารสำเร็จรูปก็ค่อยซื้อมารับประทาน ในช่วงเวลาที่เร่งรีบดีกว่า


16. ลดละเลิกสิ่งมึนเมา

            อาทิเช่น บุหรี่ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ รวมไปถึงชา กาแฟตามร้านค้าทั่วไป การที่คุณเสียเงินซื้อสิ่งของเหล่านี้ นอกจากจะเป็นการทำร้ายร่างกายตัวเองทางอ้อมแล้ว ยังเป็นการใช้จ่ายที่สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุด้วย อีกทั้งครอบครัวของคุณคงจะดีไม่น้อย หากรู้ว่าคุณคิดจะลด ละ และเลิกสิ่งเหล่านี้โดยถาวร


17. ทำอาหารเช้าด้วยตัวเอง

            หลังจากนี้อาจจะตื่นให้เร็วขึ้นสักประมาณ 30 นาที เพื่อจัดเตรียมอาหารเช้าไปรับประทานในที่ทำงาน อย่างน้อย 2-3 มื้อต่อสัปดาห์ ทั้งนี้หากคุณไม่มีเวลามากพออาจจะเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยเมนูที่ทำง่าย ๆ อย่างเช่น แซนด์วิช แฮมเบอร์เกอร์ หรือข้าวต้ม เป็นต้น


18. ปิดไฟทุกดวงที่ไม่ใช้

            คุณอาจจะยังไม่รู้ว่า การที่คุณเปิดหลอดไฟทิ้งเอาไว้เพียงหนึ่งนาที ก็สามารถทำให้เงินในกระเป๋าสตางค์ของคุณหายไปได้เช่นกัน จะดีกว่าไหมหากหลังจากนี้คุณหมั่นตรวจตราภายในบ้านสักนิด และปิดไฟดวงที่ไม่ได้ใช้ วิธีง่าย ๆ แต่ช่วยประหยัดเงินได้มากอย่างที่คาดไม่ถึงเลยทีเดียว


19. แลกเปลี่ยนของใช้กับเพื่อน ๆ

            คงเป็นเรื่องยากหากคุณจะกว้านซื้อของที่ตัวเองต้องการได้ทุกอย่าง ในขณะที่มีรายได้จำกัด ถ้าอย่างนั้นลองเปลี่ยนเรื่องยากให้ง่ายขึ้น ด้วยการนำไปแลกเปลี่ยน หรือหยิบยืมจากคนใกล้ตัวน่าจะดีกว่า อย่างเช่น พ่อแม่ พี่น้อง เพื่อนฝูง หรือเพื่อนบ้าน เป็นต้น


20. เจาะจงซื้อเฉพาะสินค้าลดราคา

            ในแต่ละเดือนตามห้างสรรพสินค้าจะมีช่วงจัดโปรโมชั่นให้กับสินค้าแต่ละชนิดอยู่แล้ว ซึ่งส่วนมาก็จะสลับชนิดของสินค้ากันไป ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ แม้กระทั่งอาหาร ถ้าหากคุณยังไม่ได้รีบร้อนใช้ของตอนนั้นก็ควรจะรอให้ถึงช่วงลดราคาสินค้าชิ้นนั้นก่อนดีกว่า


21. เปลี่ยนมาใช้หลอดตะเกียบ

            สำหรับบ้านไหนที่ยังใช้หลอดกลมแบบเก่าอยู่ ถึงเวลาที่คุณควรเปลี่ยนมาใช้หลอดตะเกียบกันเสียที ก่อนที่หลอดกลมจะดูดเงินของคุณจนหมดกระเป๋า อีกทั้งยังมีระยะการใช้งานน้อยกว่าหลอดตะเกียบด้วย ต้องจ่ายถึง 2 ต่อแบบนี้ปล่อยเอาไว้คงไม่ดีกับตัวเองแน่ ๆ


22. ติดตั้งเครื่องเทอร์โมสตัท

            หน้าที่หลักของเครื่องเทอร์โมสตัท คือ การควบคุมอุณหภูมิเครื่องทำความร้อนหรือทำความเย็นให้อยู่ในระดับปกติ ซึ่งถ้าหากในบ้านของคุณไม่มีเครื่องดังกล่าวติดตั้งอยู่ ก็อาจจะทำให้อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเกิดความร้อนหรือเย็นจนเกินไป เป็นผลให้ค่าไฟฟ้าของคุณสูงขึ้นนั่นเอง


23. เลือกซื้อสินค้าจากความน่าเชื่อถือ

            คนส่วนใหญ่มักจะมองสถานที่ขายของเป็นหลักสำคัญ ทั้งที่จริงแล้วคุณควรจะโฟกัสไปที่ความน่าเชื่อถือของสินค้ามากกว่า เพราะอย่างน้อยคุณก็สามารถมั่นใจได้ว่า ของที่คุณซื้อหามานั้นมีอายุการใช้งานที่คุ้มค่ากับจำนวนเงินที่คุณเสียไป และไม่ต้องเปลี่ยนชิ้นใหม่บ่อยครั้ง


24. ทำความสะอาดฟิลเตอร์ระบบกรองอากาศในรถ

            ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า การทำความสะอาดฟิลเตอร์ระบบกรองอากาศในรถช่วยลดการใช้พลังงานได้ถึง 7 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนั่นเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายไปในตัวด้วย ในขณะเดียวกันการหมั่นทำความสะอาดฟิลเตอร์ระบบกรองอากาศของรถยังช่วยถนอมสภาพรถไปด้วย อีกทั้งการทำความสะอาดนั้นก็ง่ายแสนง่าย และใช้เวลาน้อยด้วย


25. นำบัตรเครดิตไปซ่อน

            ฟังดูแล้วอาจเป็นวิธีที่แปลกไปสักนิด แต่เป็นวิธีที่ช่วยคุณออมเงินได้ดีทีเดียว โดยการนำบัตรเครดิตของตัวเองไปซ่อนเอาไว้ในพื้นที่ที่ปลอดภัยของบ้านมุมใดก็ได้ ยกเว้นกระเป๋าสตางค์ของคุณ และพับเงินสำรองซ่อนเอาไว้ในกระเป๋าสตางค์ เผื่อใช้กรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินแทน


26. ทำเมนูตามของลดราคา

            ปกติแล้วตามซูเปอร์มาร์เก็ตจะมีของลดราคาทุกวัน ถ้าหากคุณยังไม่ได้วางเมนูอาหารเอาไว้ล่วงหน้า อาจจะลองเดินดูของลดราคาให้ครบเสียก่อน แล้วคิดเมนูอาหารจากพวกผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ และส่วนผสมที่มีการลดราคา


27. เปรียบเทียบราคาสินค่า แล้วเลือกซื้อจากแหล่งที่มีราคาถูกกว่า

            ทุกคนคงรู้กันดีอยู่แล้วว่า ของแบรนด์เนมนั้นมีราคาค่อนข้างสูง แต่หลายคนก็ยังยอมทนกับสิ่งเหล่านี้ เพราะคิดว่าเป็นของดีและช่วยยกระดับฐานะของตัวเองได้ ทั้งที่จริงแล้วมีของดีราคาถูกวางขายอยู่ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นของใช้ หรือเสื้อผ้า และยังทำให้คุณมีเงินออมมากขึ้น หากรู้จักลดนิสัยติดแบรนด์เนมลงบ้าง


28. ท้าทายความคิดสร้างสรรค์ของตัวเอง

            หากก่อนหน้านี้คุณเคยใช้เฉพาะของสำเร็จรูป หลังจากนี้ลองท้าทายจินตนาการ โดยการครีเอทของใช้ภายในบ้านด้วยตัวเองดูบ้าง แล้วคุณอาจจะได้พบกับความสามารถด้านใหม่ของตัวเองก็ได้ แถมยังเป็นการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ และทำให้บ้านของคุณเป็นระเบียบเรียบร้อยไปพร้อมกับด้วย


29. ไม่ควรช้อปปิ้ง เพื่อคลายเครียดเพียงอย่างเดียว 

            มีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่มักจะใช้การช้อปปิ้ง เพื่อทำให้ตัวเองรู้สึกผ่อนคลายจากความเครียดจากการทำงาน ซึ่งวิธีดังกล่าวไม่ผิด แต่ก็ไม่ถูกต้องนัก เนื่องจากคุณจะซื้อทุกอย่างที่อยากได้โดยไม่คิดหน้าคิดหลัง และอาจจะเพิ่มความเครียดให้กับตัวเอง หลังจากที่พบว่า แทบไม่เหลือเงินติดบัญชีเลย อาจจะดีกว่าหากเปลี่ยนไปทำกิจกรรมอื่น ๆ อย่างเช่น การฟังเพลง อ่านหนังสือ เป็นต้น


30. บอกเล่าความฝันให้คนรักรู้

            สาเหตุที่ต้องบอกความฝันหรือเป้าหมายของตัวเองให้คนรักรู้ เพื่อให้ต่างฝ่ายต่างช่วยกันดูแลซึ่งกันและกันในทุก ๆ เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องของรายจ่าย นอกจากนี้จะได้ร่วมด้วยช่วยกันวางแผน หาหนทางที่จะก้าวไปให้ถึงเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น


31. รักษาและทำความสะอาดอุปกรณ์ต่าง ๆ อยู่เสมอ

            ลองมองย้อนกลับไปดูว่า คุณทำความสะอาดข้าวของต่าง ๆ กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ และตอนนี้เครื่องใช้เหล่านั้นมีฝุ่นจับหรือไม่ ถ้าหากมีก็ควรรีบทำความสะอาด เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องทำงานหนักเกินไป และกินไฟอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้


32. ยกเลิกสมาชิกที่คุณไม่ได้ใช้บริการ

            หากคุณเคยไปสมัครสมาชิกเอาไว้ และหลังจากนี้คุณคิดว่าจะไม่เข้าไปใช้บริการอีกแล้ว ก็ควรจะยกเลิกบริการนั้น ๆ เสียตั้งแต่ต้น แล้วนำค่าบริการที่คุณต้องเสียทุกเดือน มาแปรเป็นเงินออมดีกว่า


33. เริ่มช้อปปิ้งจากของที่จำเป็น

            เชื่อว่าหลายคนคงเคยลิสต์ของที่ต้องซื้อออกมาแล้ว แต่ทว่าก็โดนของอย่างอื่นดึงดูดความสนใจไปเสียหมด จนสุดท้ายในถุงช้อปปิ้งเต็มไปด้วยของที่ไม่จำเป็น ถ้าเป็นเช่นนั้นหลังจากนี้คุณควรเริ่มช้อปปิ้งจากของจำเป็นก่อน หากไม่มีก็ลองมองหาของที่ใกล้เคียงไปใช้แทนชั่วคราว เพราะอย่างไรก็ดีกว่าได้ของที่ไม่จำเป็นกลับมา


34. ล้างมือให้สะอาดหลังทำกิจกรรมทุกครั้ง

            หลายคนคงกำลังสงสัยว่า การล้างมือเกี่ยวข้องกับการออมเงินอย่างไร คำตอบก็คือ การล้างมือเป็นการป้องกันตัวเองจากเหล่าเชื้อโรค ทั้งไวรัส แบคทีเรียรอบตัว ซึ่งนั่นเท่ากับเป็นการลดความเสี่ยงต่อโรคภัยต่าง ๆ และภาระค่ารักษาพยาบาลที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตไปพร้อมกันด้วย


35. ลบหมายเลขบัตรเครดิตออกจากบัญชีในระบบออนไลน์

            มันง่ายมากกับการจ่ายเงินซื้อของในโลกออนไลน์ เพราะเพียงแค่กดปุ่มเดียวก็ได้ของตามที่ต้องการแล้ว ซึ่งความสะดวกเหล่านี้นี่เองที่ทำให้เงินออกจากกระเป๋าของคุณได้ง่ายกว่าเดิม ดังนั้นควรจะลบหมายเลขบัตรเครดิตและข้อมูลส่วนตัวออกจากเว็บไซต์ร้านค้าประจำของคุณให้หมด จะได้มีเวลาหยุดคิดสักนิดก่อนจะกดปุ่มสั่งซื้อ


36. ให้ของขวัญเป็นบัตรกำนัลแทนสิ่งของ

            โดยอาจจะเลือกแพ็กเกจสปาให้กับคู่แต่งงานใหม่ บัตรกำนัลที่เป็นส่วนลดต่าง ๆ ให้เพื่อน หรืออาสาทำหน้าที่ดูแลสัตว์ให้กับพี่น้อง ในช่วงที่พวกเขาเดินทางไปท่องเที่ยว เป็นต้น เพราะนอกจากจะมีราคาถูกกว่าการให้เป็นสิ่งของ ยังเป็นของขวัญที่สามารถนำมาใช้งานได้จริง และน่าจะโดนใจผู้รับมากกว่าด้วย


37. ซื้อของก่อนถึงช่วงเทศกาล

            อย่างที่รู้กันดีว่าในช่วงเทศกาลข้าวของแต่ละอย่างจะมีราคาสูงขึ้นเป็นปกติอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อรู้แบบนี้คุณควรจะซื้ออาหาร ของใช้ หรือของฝากเก็บเอาไว้ก่อนจะถึงช่วงเวลานั้น อย่างเช่น ซื้อของขวัญ หรือของตกแต่งบ้านก่อนถึงช่วงปีใหม่ นำปืนฉีดน้ำจากปีก่อน ๆ กลับมาใช้ในวันสงกรานต์ปีถัดไป เป็นต้น


38. เข้าร่วมกลุ่มอาสาสมัคร

            สิ่งที่คุณจะได้จากการเป็นอาสาสมัครไม่ใช่แค่เพียงความรู้สึกดี ๆ ที่เกิดจากการช่วยเหลือผู้อื่นในสังคมเท่านั้น แต่ในขณะที่ทำกิจกรรมคุณยังได้รู้จักคนใหม่ ๆ แถมได้ออกกำลังกายไปในตัว พร้อมกับเติมเต็มความสุขให้กับชีวิต โดยไม่ต้องใช้เงินแลกมาเลยสักนิด


39. ประเมินความจำเป็นสิ่งของภายในบ้าน

            หลังจากที่คุณเดินเข้าไปในห้องส่วนตัวแล้ว ลองมองไปรอบ ๆ พร้อมกับคิดไปด้วยว่า สิ่งของแต่ละชิ้นมีประโยชน์กับคุณมากน้อยแค่ไหน และอยู่ได้หรือไม่หากไม่มีของชิ้นดังกล่าว ก่อนที่จะกำจัดสิ่งของที่ไม่จำเป็นออกไป เหลือเอาไว้เฉพาะของที่จำเป็น แล้วการทำความสะอาดห้องของคุณก็จะง่าย รวดเร็ว อีกทั้งยังทำให้คุณคิดทบทวนก่อนซื้อของมากขึ้นด้วย


40. ลดค่านิยมเรื่องเบรนด์เนม

            ทุกคนคงรู้กันดีอยู่แล้วว่า ของแบรนด์เนมนั้นมีราคาค่อนข้างสูง แต่หลายคนก็ยังยอมทนกับสิ่งเหล่านี้ เพราะคิดว่าเป็นของดีและช่วยยกระดับฐานะของตัวเองได้ ทั้งที่จริงแล้วมีของดีราคาถูกวางขายอยู่ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นของใช้ หรือเสื้อผ้า และยังทำให้คุณมีเงินออมมากขึ้น หากรู้จักลดนิสัยติดแบรนด์เนมลงบ้าง


41. ทำอาหารรับประทานที่บ้าน

            การทำอาหารเองไม่ได้ยากอย่างที่ใครหลายคนคิดเลย ทั้งนี้หากคุณไม่เคยเข้าครัวมาก่อนเลย ช่วงแรกอาจจะต้องพึ่งหนังสือ หรือสูตรทำอาหาร โดยเริ่มจากเมนูผัด ต้ม แบบง่าย แล้วค่อยเพิ่มระดับความยากเมื่อเริ่มคุ้นชินการทำอาหารแล้ว


42. เลือกประกันภัยแบบชั่วระยะเวลา (Term Insurance)

            การ ประกันภัยไม่ใช้การลงทุน ลองเปลี่ยนจากแบบสะสมทรัพย์ หรื่ออื่น ๆ มาเป็นการแบบชั่วระยะเวลา (Term Insurance) อาจจะทำให้คุณมีเงินออมมากขึ้น เนื่องจากประกันประเภทนี้เป็นการคุ้มครองความเสี่ยงภัยที่เกิดจากการเสียชีวิต ไม่มีการสะสมทุนแต่อย่างใด จึงทำให้มีค่าใช่จ่ายที่น้อยกว่านั่นเอง


43. พิจารณาการเรื่องการใช้น้ำมันของรถเป็นสำคัญ

            ก่อนจะออกรถสักคัน ไม่ได้ดูแค่ฤกษ์งามยามดี สี รุ่น และออปชั่น คงไม่เพียงพอในยุคที่ราคาน้ำมันแพงขนาดนี้ ดังนั้นก่อนตัดสินใจออกรถควรจะพิจารณาเรื่องระดับการใช้น้ำมันของรถเป็นอันดับต้น ๆ ด้วย


44. ทำกิจกรรมอื่นแทนการเดินช้อปปิ้งห้างสรรพสินค้าในเวลาว่าง

            เพราะในห้างสรรพสินค้ามีสิ่งของล่อตาล่อใจเยอะแยะมากมายที่อาจจะดึงเงินออกจากกระเป๋าสตางค์ ของคุณได้ ทั้งนี้ถ้าคุณรู้สึกเบื่อ เหงา ก็ให้หากิจกรรมหรือสถานที่อื่น ๆ ไปแทน อย่างเช่น ชวนเพื่อน ๆ เล่นกีฬากลางแจ้ง ทำความสะอาดบ้าน หรือเยี่ยมชมสถานที่ที่ไม่เสียค่าธรรมเนียม เป็นต้น

45. จำกฎซื้อของ 10 วินาที

            ส่วนคนที่ชอบของจากซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นประจำ ก่อนจะถือตะกร้าไปชำระเงินที่เคาน์เตอร์ ควรหยุดคิดสัก 10 วินาที เพื่อถามตัวเองว่า คุณซื้อของเหล่านั้นไปทำไม และเป็นของจำเป็นจริง ๆ หรือไม่ หากไม่มีเหตุผลหรือคำตอบที่ดีพอก็นำสิ่งของเหล่านั้นไปเก็บ เหลือไว้เฉพาะของที่ต้องการก็พอ


46. เปิดพื้นที่ว่างภายในบ้านให้คนอื่นเช่า

            ถ้าภายในบ้านของคุณมีส่วนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ อย่างเช่น ห้องนอน สวนหลังบ้าน ก็อาจจะเปิดให้คนอื่นเข้ามาเช่า เพื่อทำที่อยู่อาศัยหรือทำมาค้าขาย เป็นต้น นอกจากจะเป็นการเพิ่มรายได้ทางหนึ่งแล้ว ยังเป็นการรักษาสภาพของพื้นที่บริเวณนั้นได้อีกด้วย


47. ชีวิตเป็นอิสระ เมื่อหนี้เป็นศูนย์

            หากคุณต้องการจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ควรจะเคลียร์หนี้ที่มีอยู่ทั้งหมดให้เป็นศูนย์เสียก่อน โดยการคิดถึงความจำเป็นก่อนจะจ่ายเงินทุกครั้ง และเมื่อมีรายรับก็อย่าลืมแบ่งเงินเอาไว้สำหรับชำระหนี้ และเงินออมด้วย ซึ่งถึงแม้จะเป็นเงินแค่เพียงเล็กน้อย แต่หากคุณหมั่นชำระให้ตรงเวลา และออมไปเรื่อย ๆ เชื่อว่าจะต้องก้าวไปถึงความฝันสำเร็จที่ตั้งใจเอาไว้อย่างแน่นอน


48. ทำเงินจากกองหนังสือเก่า

            หากภายในบ้านของคุณมีกองหนังสือ นิตยสาร หนังสือพิมพ์เก่า ๆ แทนที่จะปล่อยทิ้งไว้จนกระทั่งกลายเป็นขยะ ก็ให้รวบรวมหนังสือทั้งหมดเอาไว้ด้วยกันแล้วนำไปขายกับร้านรับซื้อหนังสือ หรือร้านรับซื้อของมือ 2 เท่านี้คุณก็ได้เงินมาใช้แบบสบาย ๆ แล้ว


49. รับประทานอาหารเช้า

            เชื่อว่าหลายคนคงยังไม่รู้แน่ ๆ ว่า การรับประทานอาหารเช้านอกจากจะส่งผลดีต่อร่างกายของคุณแล้ว ยังช่วยลดปริมาณอาหารมื้อกลางวันไปพร้อมกันด้วย ซึ่งนั่นก็หมายความว่า จากเดิมที่เคยจ่ายในราคาเกือบถึงหลักร้อยก็อาจจะลดลงมาเหลือแค่หลักสิบต้น ๆ อย่างเช่น ข้าวโอ๊ตที่ให้ทั้งพลังงาน สุขภาพที่ดี แถมยังประหยัดเงินอีกต่างหาก


50. ฝากคนสนิทดูแลลูก

            ในกรณีที่คุณต้องออกไปทำธุระนอกบ้าน หรือจำเป็นต้องค้างคืนที่อื่นชั่วคราว ไม่จำเป็นต้องพาลูกไปฝากสถานรับเลี้ยงเด็ก หรือจ้างพี่เลี้ยง ลองขอความช่วยเหลือจากคนสนิท อาทิ เพื่อน พ่อแม่ ญาติพี่น้อง ให้ช่วยดูแลลูกก็ได้ หรือฝากลูกเอาไว้กับพี่เลี้ยงของเพื่อนบ้านที่สนิทกัน โดยจ่ายเงินให้นิดหน่อย อย่างน้อยก็จ่ายน้อยกว่าจ้างพี่เลี้ยงคนใหม่ อีกทั้งยังสามารถวางใจในเรื่องความปลอดภัยได้ด้วย


51. ซื้ออาหารแต่พอดี

            หลายคนชอบซื้ออาหารตามใจตัวเอง เห็นอะไรน่ากินเป็นไม่ได้จะต้องซื้อกลับมาหมดทุกอย่าง โดยเฉพาะคนท้องว่างหรือกำลังหิว ซึ่งน้อยคนนักที่จะรับประทานอาหารเหล่านั้นหมดภายในครั้งเดียว ทั้งนี้คงจะดีกว่าหากคุณเปลี่ยนมาซื้ออาหารแบบพอดี หากไม่อิ่มก็ค่อยซื้อไปเพิ่มเติม หรือเก็บของเหลือเอาไว้สำหรับปรุงเป็นอาหารจานใหม่ในมื้อต่อไป


52. จัดระเบียบตู้เสื้อผ้าใหม่

            หากคุณเป็นนักช้อปตัวยงคนหนึ่งที่มีนิสัยกว้านซื้อเสื้อผ้าทุกตัวที่อยากได้แล้วล่ะก็ จากนี้ลองงดการช้อปปิ้งดูบ้าง พร้อมกับจัดเรียงตู้เสื้อผ้าของตัวเองเสียใหม่ โดยนำเสื้อผ้าที่คุณไม่เคยใส่เลยสลับมาไว้ด้านหน้า จากนั้นเรียงเสื้อผ้าไปตามความถี่ที่ใส่ เพียงเท่านี้ก็ทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้เสื้อผ้าใหม่แบบฟรี ๆ โดยไม่ต้องเสียเงินเลยแม้แต่บาทเดียว


53. นำอาหารไปรับประทานที่ทำงาน

            ค่าอาหารแต่ละมื้อนับวันยิ่งแพงขึ้นทุกที โดยเฉพาะในย่านที่มีคนพลุกพล่าน อย่างเช่น ย่านธุรกิจ ถ้าไม่อยากจะลำบากช่วงสิ้นเดือน ลองทำอาหารด้วยตัวเองแล้วนำมารับประทานที่ทำงานดูบ้าง อย่างน้อย 2-3 มื้อต่อสัปดาห์ หรือจะทำเผื่อไปถึงมื้อเย็นของตัวเองด้วยก็ได้


54. เน้นการแต่งตัวที่เรียบง่ายไว้ก่อน

            ความต้องการของคุณจะไม่มีวันสิ้นสุด หากคุณคอยติดตามแฟชั่นของเสื้อผ้าอยู่เรื่อย ๆ คงจะดีกว่าหากคุณมองหาแบบเสื้อผ้าเรียบ ๆ ง่าย ๆ และใส่ได้บ่อย มีสไตล์ที่เข้ากับรูปร่างของคุณ


55. ขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง

            หากภาระค่าใช้จ่ายของคุณมันหนักเกินไป ก็ลองขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง อย่างเช่น พ่อแม่ พี่น้อง หรือเพื่อนสนิท ก่อนที่จะกู้หนี้ยืมสินจากสถาบันทางการเงินต่าง ๆ ถึงแม้จะจำนวนเงินของพวกเขาจะไม่ได้มากมาย แต่ก็เป็นการช่วยเหลือที่มาจากใจ และอย่างน้อยก็ไม่มีดอกเบี้ย


56. ฝึกซ่อมแซมของด้วยตัวเองก่อนเรียกช่างซ่อม

            เวลาที่มีอุปกรณ์ในบ้านชำรุด หรือเสียหาย หากไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่มาก ควรจะลองลงมือซ่อมแซมด้วยตัวเองก่อน โดยศึกษาจากหนังสือ หรือสอบถามจากผู้รู้ ก่อนจะโทรศัพท์เรียกช่างมาซ่อมแซม


57. พกสมุดโน้ตติดตัวไว้

            ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดความคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับรายจ่าย คุณควรจะพกสมุดโน้ตติดตัวเอาไว้จดรายละเอียดทุกครั้ง หลังจากที่คุณหยิบเงินออกจากกระเป๋าสตางค์ด้วย เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบ ในกรณีที่คุณต้องการจะลดรายจ่าย


58. ตุนอาหารแช่แข็งไว้บ้าง

            สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาเดินซื้อวัตถุดิบหรือส่วนผสมบ่อย ๆ ก็ควรจะซื้ออาหารสดแช่แข็งมาตุนเอาไว้สำหรับทำอาหารรับประทานเองที่บ้านบ้าง อย่างน้อยสัปดาห์ละ 4-5 มื้อ นอกจากจะช่วยให้คุณช้อปปิ้งน้อยลงแล้ว ยังประหยัดค่าอาหารได้หลายมื้อด้วย


59. มองหาที่พักอาศัยที่มีราคาถูกลง

            หากคุณลองบวกลบคูณหารจำนวนรายรับกับรายจ่ายค่าที่พักอาศัย แล้วรู้สึกว่า มีค่าใช้จ่ายที่มากเกินไป และส่งผลกระทบกับเงินออมของตัวเอง ก็ลองมองหาที่อยู่ใหม่ที่ถูกกว่าเดิม โดยการลดสิ่งของอำนวยความสะดวกลงไปบ้าง อย่างเช่น เครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำอุ่น หรือยอมเดินกลับที่พักเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อย แลกกับค่าใช้จ่ายที่ลดลงก็คุ้มไม่น้อยเลย


60. ติดตามข่าวสารกิจกรรมบริเวณที่อยู่อาศัยให้บ่อยขึ้น

            เพราะจะช่วยให้คุณรู้เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวความเปลี่ยนแปลงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจ หรือการสร้างสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่เปิดให้คนทั่วไปเข้าไปใช้บริการ ฟรี โดยไม่คิดค่าธรรมเนียม อย่างเช่น สวนสาธารณะ พื้นที่สำหรับออกกำลังกาย เป็นต้น จะได้ไม่ต้องเสียเงินแพง ๆ แถมยังได้สุขภาพดีกลับมาด้วย


61. หมั่นเช็กลมยางเป็นประจำ

            ถ้าคุณไม่อยากจะแวะเติมน้ำมันบ่อย ๆ ก็ควรดูแลและหมั่นตรวจเช็กลมยางให้อยู่ในระดับมาตรฐานด้วย โดยดูจากคู่มือที่มาพร้อมกับรถของคุณ ซึ่งในนั้นก็จะมีคำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องความดันของลมอากาศเขียนอธิบายเอาไว้ โดยค่าความดันของรถยนต์ขนาดเล็กอยู่ที่ 25-30 PSI (ปอนด์/ตารางนิ้ว) ส่วนรถยนต์ขนาดกลางและขนาดใหญ่อยู่ที่ 30-35 PSI (ปอนด์/ตารางนิ้ว) และรถกระบะอยู่ที่ 65 PSI (ปอนด์/ตารางนิ้ว)


62. ทำสวนภายในบ้าน

            การทำสวนเป็นงานอดิเรกง่าย ๆ ที่ใช้เงินน้อย แถมยังทำให้บ้านของคุณร่มรื่นสดชื่นไปในตัวด้วย ทั้งนี้อาจจะเริ่มต้นจากการทดลองปลูกเมล็ดพันธุ์พืชที่ต้องการลงในกระถางเล็ก ๆ ก่อน ถ้าหากไม่มีปัญหาใด ๆ ก็ค่อยขยับขยายพื้นที่ให้กว้างขึ้น และลดภาระค่าใช้จ่ายโดยการใช้พืชผักสวนครัวมาปลูก และรับประทานเองที่บ้าน


63. หมั่นติดตามข่าวสารกิจกรรมภายในเมือง

            ถ้าคุณพบเห็นแผ่นพับหรือใบปลิวที่ใดลองแวะอ่านสักนิด และลองสมัครเข้าร่วมดูสักครั้งหากสนใจ จะได้เอาเวลาที่จะช้อปปิ้งไปทำประโยชน์ให้กับสังคม หรือเพิ่มประสบการณ์ ความรู้ให้กับตัวเองแทน


64. ใช้บริการรถโดยสาร

            ส่วนที่พักอาศัยอยู่ใกล้กับรถโดยสาร ไม่ว่าจะเป็นรถเมล์ หรือรถไฟฟ้า ลองเปลี่ยนจากขับรถส่วนตัวไปทำงานเป็นการเดินทางด้วยรถโดยสารดูบ้าง ซึ่งนอกจากจะจ่ายเงินน้อยกว่าแล้ว ยังช่วยลดภาวะโลกร้อนด้วย


65. ตัดผมด้วยตัวเอง

            สำหรับคนที่พอจะมีฝีมือในการตัดแต่งผมอยู่บ้าง แทนที่จะนำเงินไปให้ช่างตัดผม เปลี่ยนมาซื้ออุปกรณ์ทำผมแล้วตัดแต่งผมด้วยตัวเองดูบ้าง อย่างเช่น กรรไกรตัดผมหน้าม้า เครื่องหนีบผมตรง หรือแกนไฟฟ้าสำหรับเกลียวผม เป็นต้น


66. คันเดียวกันไปด้วยกัน

            หากคุณอยู่บ้านใกล้เคียงกับเพื่อนที่ทำงาน อาจจะขอติดรถเขาหรือเธอไปทำงานด้วย เพราะคิดว่าค่าน้ำมันที่คุณนำมาช่วยพวกเขา น่าจะน้อยกว่าค่าเดินทางโดยรถโดยสารของคุณเยอะเลย พร้อมทั้งลดปัญหาเรื่องโลกร้อนไปในตัว


67. ชำระหนี้ก้อนเล็กก่อน

            วิธีจัดการระบบเงินสำหรับคนมีหนี้หลายก้อน ให้คุณเลือกชำระหนี้ก้อนเล็ก ๆ ก่อน เมื่อหมดแล้วค่อยนำเงินทยอยจ่ายหนี้ก้อนใหญ่ และที่สำคัญอย่าลืมชำระหนี้ให้ตรงกับวัน เวลาที่ระบุเอาไว้ด้วย

100 วิธีเก็บเงิน เป็นเศรษฐีได้ง่าย ๆ เพียงแค่คุณเริ่มต้น


68. เลือกใช้หม้ออเนกประสงค์

            เครื่องครัวแต่ละชิ้นมีราคาสูงไม่ใช่เล่น ๆ เลย อีกทั้งยังเปลืองพื้นที่ภายในห้องครัวด้วย โดยเฉพาะห้องพักตามคอนโด หรืออพาร์ทเม้นท์ ฉะนั้นอาจจะลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้โดยการเลือกหม้อ หรือกระทะแบบอเนกประสงค์ที่สามารถปรุงอาหารได้หลากหลายภายในเครื่องเดียว ไม่ว่าจะเป็น ผัด นึ่ง ต้ม หรือทอด รับรองว่า เหลือเงินออมเยอะเลยล่ะ


69. ทำความสะอาดบ้านด้วย 2 มือของตัวเอง

            จริงอยู่ที่การทำความสะอาดบ้านด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น เครื่องดูดฝุ่น จะง่าย สะดวก และรวดเร็ว แต่ทว่าสิ่งเหล่านั้นก็ต้องแลกมาด้วยรายจ่ายที่เพิ่มมากขึ้น จะดีกว่าไหมหากคุณลดจำนวนการทำความสะอาดด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าลงมา แล้วหันมาจัดการโดย 2 มือของตัวเอง ที่ได้ทั้งความสะอาด แถมยังเป็นการออกกำลังกายไปในตัวด้วย


70. พกกล่องอาหารติดตัวทุกครั้ง

            หากสุดสัปดาห์นี้คุณวางแผนเอาไว้ว่า จะออกไปเที่ยวต่างจังหวัดกับครอบครัวแล้วล่ะก็ ก่อนถึงเวลาเดินทางควรจะเตรียมอาหารที่รับประทานง่าย ๆ แต่อิ่มท้อง อย่างเช่น ขนมปังสอดไส้ หรือแซนด์วิช ไปพร้อมกันด้วย เอาไว้รองท้องในขณะนั่งรถ และลดค่าอาหารเอาไว้ไปทบกับค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นแทน


71. ยกเลิกบริการเสริมของโทรศัพท์

            พวกบริการเสริมในโทรศัพท์ของคุณก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้คุณมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเช่นกัน ฉะนั้นลองตรวจเช็กดูว่ามีบริการเสริมชนิดใดบ้างที่ไม่จำเป็น และจัดการเลิกเสียตั้งแต่ตอนนี้ ก่อนที่จะไม่เหลือเงินให้ออม


72. รวมหนี้เป็นก้อนเดียว

            ส่วนคนที่มีหนี้หลายก้อน ก็ควรจะนำหนี้ทั้งหมดมารวมเอาไว้ในบัญชีเดียวกัน เพราะจะช่วยให้คุณจัดการระบบรายรับรายจ่ายได้ง่ายขึ้น แถมในขณะเดียวกันจำนวนดอกเบี้ยยังน้อยลง และสามารถจะปลดหนี้เหล่านั้นได้ง่ายกว่าด้วย


73. ซื้อรถตกรุ่นบ้างก็ดี

            อย่างที่รู้กันดีว่า รถรุ่นใหม่ส่วนใหญ่มักจะมีราคาแพง แต่ทว่าไม่นานราคาก็ตกลงมา ดังนั้นจะดีกว่าไหมหากคุณอดทนรอสักนิด เพื่อให้ได้รถในรุ่นที่คุณต้องการในราคาที่ถูกกว่าเดิม


74. ท่องห้องสมุดเสียบ้าง

            คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า ห้องสมุดเป็นแหล่งสะสมหนังสือเก่า ทั้งที่จริงแล้วห้องสมุดไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เพราะห้องสมุดโดยทั่วไปก็มีการสั่งซื้อหนังสือใหม่ ๆ ที่มีข้อมูลอัพเดทด้วยเหมือนกัน อีกทั้งยังมีหนังสือภาษาต่างประเทศให้อ่านแบบฟรี ๆ ทั้งดีและได้ความรู้ฟรี ๆ แบบนี้พลาดไปคงเสียดายแย่


75. จัดการหนวดเคราด้วยมีดโกนธรรมดา

            มีดโกนแบบธรรมดาถึงแม้จะไม่สะดวกเท่ากับมีโกนหนวดแบบไฟฟ้า แต่ทว่ากลับช่วยคุณผู้ชายทั้งหลายประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากเลยทีเดียว และถ้าหากคุณกลัวว่าผิวหน้าจะเสียล่ะก็ แค่หมั่นเปลี่ยนใบมีดสัปดาห์ละครั้ง พร้อมกับบำรุงผิวหน้าเพิ่มเติมด้วยโลชั่นเท่านั้นเอง


76. หาแรงบันดาลใจเพิ่มทักษะจากชีวิตประจำวันของตัวเอง

            สำหรับคนทำงานที่กำลังหมดไฟ และต้องการจะเพิ่มความสามารถให้กับตัวเอง ไม่จำเป็นต้องสมัครคอร์สเรียนที่ไหน แต่ลองปรับความคิดและมุมมองใหม่ ๆ จากสิ่งที่พบเจอในชีวิตประจำวัน จากคน หรือสิ่งแวดล้อมรอบตัว


77. มองหาข้อดีจากงานที่ทำ

            คนส่วนใหญ่มักจะมองข้อเสียของงาน โดยลืมไปว่าที่จริงแล้วงานที่คุณทำอยู่นั้นให้รางวัลกับชีวิตมากมาย นอกเหนือจากเงินเดือนแล้ว ยังมีสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล กองทุนสะสมทรัพย์ช่วยเพิ่มเงินออม และเงินช่วยเหลืออีกมากมาย แถมคนที่ทำงานราชการยังได้เงินบำนาญหลังเกษียณด้วย เพียงแค่เปลี่ยนมุมมองก็สามารถหาความสุขได้แล้ว 


78. ทำของใช้เองแทนการซื้อ

            พวกข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านก็ลองนำของเก่ามาปรับเปลี่ยน รีไซเคิลเป็นของใหม่ หรืออาจจะต่อเติมส่วนประกอบให้ตรง กับการใช้งานมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ รวมไปถึงของใช้เล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเช่น น้ำยาทำความสะอาด กล่องเก็บของ ที่แค่เพียงเติมลวดลายหรือสีสันเข้าไปนิดหน่อยก็เปลี่ยนลุคใหม่ดูน่าใช้ยิ่งขึ้นแล้ว


79. เลือกกิจกรรมที่จ่ายน้อยกว่า แต่ความสนุกเท่าเดิม

            ถ้าหากเพื่อน ๆ ของคุณชวนออกไปเที่ยวหรือช้อปปิ้งอยู่เป็นประจำ หลังจากนี้ลองหากิจกรรมใหม่ ๆ ที่มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า แต่ความสนุกสนานเท่าเดิมดีกว่า อย่างเช่น เปลี่ยนจากการรับประทานอาหารในห้างสรรพสินค้า เป็นร้านอาหารใกล้ที่พักราคาถูก บรรยากาศดี หรือชวนมาดูหนังที่บ้านแทนการไปดูในโรงหนังก็ได้


80. ขับรถควรลดความเร็ว

            สำหรับคนที่ชอบขับรถเร็ว ๆ ก็ควรจะลดความเร็วลงมาบ้าง และถ้าหากที่ทำงานกับบ้านของคุณอยู่ไกลก็อาจจะออกจากบ้านให้เร็วขึ้นสักนิด อย่างน้อย ๆ จะได้ไม่ต้องรีบเร่งเดินทางจนเกินไปนัก อีกทั้งเลี่ยงรถติดได้อีกด้วย


81. อ่านหนังสือให้มากขึ้น

            เพราะการอ่านหนังสือเป็นงานอดิเรกที่แทบไม่ต้องใช้เงินเลยแม้แต่บาทเดียว อีกทั้งยังได้ความรู้ติดตัวไปพร้อมกันด้วย แค่หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านพร้อมกับจิบกาแฟแทนการออกไปช้อปปิ้ง เพียงเท่านี้ก็เหลือเงินออมมากมายแล้ว


82. เลือกซื้อบ้านหลังเล็ก

            แม้ว่าบ้านหลังใหญ่จะมีพื้นที่กว้างขวาง และสะดวกสบายมากกว่า แต่ทว่าก็มาพร้อมกับค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นด้วยเช่นกัน หากสมาชิกในครอบครัวเป็นแบบพ่อแม่ลูก ก็เลือกบ้านหลังเล็ก ๆ ก็พอแล้ว นอกจากจะประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังดูอบอุ่นกว่าด้วย


83. เปลี่ยนเส้นทางในการเดินทางไปทำงาน

            จริง ๆ แล้วแรงบันดาลใจในการทำงานหาได้ไม่ยากเลย แถมไม่ต้องเสียเงินเพื่อซื้อความสุขให้กับตัวเองด้วย เพียงแค่คุณลองเปลี่ยนเส้นทางในการเดินทางดูบ้าง อย่างเช่น เปลี่ยนจากการนั่งรถไฟฟ้าเป็นรถเมล์ หรือเปลี่ยนถนนเดินทาง เท่านี้ก็มีแรงใจทำงานเพิ่มขึ้นแล้ว


84. สอบถามเรื่องค่าธรรมเนียม ในกรณีการสละสิทธิ์ทุกครั้ง

            ไม่ว่าคุณจะสมัครบริการจากที่ใดก็ตาม นอกจากจะต้องอ่านเงื่อนไขและค่าธรรมเนียมการสมัครแล้ว ควรจะสอบถามเรื่องค่าธรรมเนียมในกรณีที่คุณต้องการจะสละสิทธิ์หรือยกเลิกบริการ มาประกอบการพิจารณาด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดในภายหลัง หรือโดนตัดยอดเงินโดยไม่ทราบสาเหตุ


85. ไม่ควรเสียเงินไปกับของเพื่อสุขภาพมากนัก

            ถึงแม้ในโฆษณาจะบอกว่า สินค้าชิ้นนั้นดีกับสุขภาพของคุณมากเพียงใด แต่บางครั้งก็มีราคาแพงและฟุ่มเฟือยเกินไปที่จะนำมาใช้ ทั้งที่จริงแล้วขอแค่เพียงคุณรักษาความสะอาด หมั่นอาบน้ำ แปรงฟัน ล้างข้าวของเครื่องใช้ให้สะอาด และหลีกเลี่ยงแหล่งเชื้อโรคก็พอแล้ว


86. รับประทานเนื้อสัตว์ให้น้อยลง

            หากเทียบราคาระหว่างผักผลไม้ กับเนื้อสัตว์แล้ว ก็จะได้เห็นชัดเลยว่า อาหารประเภทเนื้อสัตว์มีราคาที่สูงกว่ามาก ดังนั้นหากคุณคิดจะเริ่มออมเงิน ควรเพิ่มจำนวนผักผลไม้ลงไปในเมนูของตัวเองบ้าง และค่อย ๆ ลดปริมาณเนื้อต่อมื้ออาหารให้น้อยลง


87. หมั่นเก็บคูปองส่วนลดเอาไว้

            หลังจากที่ได้คูปองมาแล้ว ไม่ควรจะรีบใช้ในทันที แต่ควรจะเก็บเอาไว้แล้วนำไปใช้ในช่วงที่มีการลดราคา ซึ่งคุณก็จะได้สิ่งของนั้น ๆ ถูกลงกว่าเดิมถึง 2 เท่า แต่ทั้งนี้อย่าลืมสังเกตวันที่หมดอายุด้วย


88. ปิดห้องให้สนิทเมื่อเปิดเครื่องปรับอากาศ

            สาเหตุที่ทำให้ค่าไฟของหลาย ๆ บ้านค่อนข้างสูงก็เป็นเพราะว่า ภายในห้องมีรอยรั่วอยู่นั่นเอง ดังนั้นถ้าอยากจะลดค่าใช้จ่ายในส่วนดังกล่าว ควรจะสำรวจและปิดรอยรั่วทุกจุดให้สนิท เพื่อป้องกันไม่ให้ความเย็นรั่วไหล อาทิ ขอบประตู หรือขอบหน้าต่าง เป็นต้น


89. ผสมเครื่องดื่มด้วยตัวเอง

            ถ้าหากคุณต้องการเครื่องดื่ม ที่จะนำมาเสิร์ฟในปาร์ตี้ของตัวเอง อาจจะเปลี่ยนจากการสั่งซื้อเครื่องดื่มสำเร็จรูป มาเป็นการผสมเครื่องดื่มด้วยตัวเอง โดยอาจจะลองทำจากสูตรที่มีอยู่ในหนังสือการผสมเครื่องดื่ม แล้วค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนรสชาติไปตามที่คุณต้องการ 


90. ตรวจเช็กความร้อนของเครื่องใช้ไฟฟ้า

            หากไม่อยากเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าบ่อย ๆ ก็อย่าลืมหมั่นตรวจเช็กสภาพของเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านั้นด้วย โดยเริ่มจากการสังเกตความร้อน และสภาพภายนอก เพราะหากเกิดความร้อนบนตัวเครื่องมากเกินไป ก็จะทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์


91. ชำระหนี้ให้ตรงเวลา

            อย่าลืมว่า หนี้ที่เกิดขึ้นไม่ได้มีแค่เงินต้นเท่านั้น แต่ยังมีดอกเบี้ยตามมาด้วย ดังนั้นจะเป็นการดีต่อตัวเองมากกว่า ถ้าคุณชำระหนี้ตามวัน เวลา ที่ระบุเอาไว้ในเอกสาร เพื่อป้องกันไม่ให้หนี้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม


92. ลดรายจ่ายช่วงวันหยุด

            แทนที่คุณจะวางแผนเดินทางไกลในวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวัน หยุดยาว ลองเปลี่ยนเป็นทริปสั้น ๆ ง่าย ๆ ค่าใช้จ่ายไม่แพง สถานที่ใกล้บ้านกันบ้างดีกว่า อย่างเช่น ทำอาหารไปปิกนิกกันในสวนสาธารณะ เดินเล่นในตลาด หรือหากิจกรรมสนุก ๆ มาเล่นกับลูกก็ได้


93. ยกเลิกสัญญาณช่องโทรทัศน์ ในระบบเคเบิ้ลที่ไม่ได้ดู

            หลายคนมักจะเลือกโปรแกรมที่มีสัญญาณช่องโทรทัศน์เยอะ ๆ เอาไว้ก่อน เพราะคิดว่าน่าจะคุ้มค่ากว่า ทั้งที่จริงแล้วคนส่วนใหญ่มักจะดูเฉพาะช่องที่ตัวเองสนใจ และเป็นช่องซ้ำ ๆ เดิม ๆ ซึ่งอาจจะดีกว่าหากยกเลิกสัญญาณช่องโทรทัศน์ที่ไม่ได้ดูออกไปบ้าง และเหลือไว้เฉพาะช่องโทรทัศน์ประจำของตัวเองดีกว่า


94. ออกกำลังกายให้มากขึ้น

            การออกกำลังกายไม่ได้หมายความว่า คุณจะต้องเข้าฟิตเนสเสมอไป แค่เพียงคุณเดินเล่นรอบบ้าน หรือวิ่งจ๊อกกิ้งเบา ๆ ในสวนสาธารณะหลังเลิกงานก็เพียงพอแล้ว แต่ขอแค่ให้คุณทำเป็นประจำและสม่ำเสมอเท่านั้นเอง นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้วย ซึ่งนอกจากจะดีต่อสุขภาพของคุณแล้ว ยังช่วยประหยัดเงินได้อีกทางด้วย


95. ชำระค่าบริการผ่านระบบบัญชีแบบออนไลน์

            ประโยชน์ที่คุณจะได้จากการชำระค่าบริการผ่านระบบบัญชีแบบออนไลน์ก็คือ การที่คุณไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการจัดส่งเอกสาร แถมยังได้เช็กยอดเงินปัจจุบันที่มีอยู่ไปพร้อมกันด้วย


96. ซื้อสินค้าจากแหล่งผลิตโดยตรง

            เทคนิคการซื้อของแบบประหยัดอีกหนึ่งวิธีก็คือ การซื้อของจากแหล่งผลิตโดยตรง อย่างเช่น ผักผลไม้ที่ชาวบ้านเอามาขาย หรือของใช้ที่โรงงานผลิตนำออกมาลดราคา ถึงแม้จะมีตำหนิบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ก็ราคาก็ถูกกว่าการซื้อจากร้านค้าทั่วไปค่อนข้างมาก


97. ตั้งระบบปิดเครื่องไฟฟ้าอัตโนมัติ

            หากเครื่องใช้ไฟฟ้าของคุณมีระบบตั้งเวลาปิดเครื่องแบบอัตโนมัติ ก่อนจะใช้งานก็ควรจะเซตค่าตั้งเวลา ปิดเครื่องเอาไว้ก่อน เผื่อเอาไว้ในกรณีที่คุณลืมปิด อย่างเช่น โทรทัศน์ กับเครื่องปรับอากาศ เป็นต้น เพื่อลดการใช้พลังงานและประหยัดค่าใช้จ่ายไปในตัว


98. ไม่ควรซ้ำเติมความผิดพลาดของตัวเอง

            หากคุณเผลอทำความผิดพลาดครั้งใหญ่และเหตุการณ์นั้นยังคงวนเวียนอยู่ในใจของคุณตลอดมา ให้คุณลองทบทวนดูว่า สาเหตุของความผิดพลาดเกิดจากจุดไหน พร้อมกับวิธีแก้ไข เพื่อนำไปใช้หากเกิดสถานการณ์ที่เหมือนหรือใกล้เคียงกับเหตุการณ์ดังกล่าวในอนาคต


99. มองไปข้างหน้า

            อย่าปล่อยให้ความผิดพลาดในอดีตฉุดรั้งตัวคุณเอาไว้ ให้คุณลุกขึ้นมาใหม่อีกครั้งพร้อมกับมองไปข้างหน้า คิดเสียว่าเป็นการจ่ายเพื่อซื้อประสบการณ์ และเป็นบทเรียนให้กับตัวเองจะได้ไม่ทำผิดพลาดซ้ำเป็นครั้งที่ 2


100. อย่ายอมแพ้

            สิ่งสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือ ความอดทนของตัวเอง หากคุณยอมแพ้ไปเสียก่อน ฝันของคุณคงไม่มีวันเป็นจริงอย่างแน่นอน ถ้าวันไหนที่รู้สึกท้อลองค้นหาประวัติของเศรษฐีแต่ละคนมาอ่าน แล้วจะได้กำลังใจอีกโขเลย เพราะเส้นทางชีวิตของแต่ละคนเรียกได้ว่า มีอุปสรรค และต้องฝ่าฝันปัญหานานับประการ แถมบางคนยังเริ่มจากติดลบด้วยซ้ำ ซึ่งในเมื่อพวกเขาทำได้ คุณก็ต้องทำได้เช่นเดียวกัน


            ก้าวแรกของการออมเงินมักเป็นเรื่องยากเสมอ เพราะหมายความว่าคุณจะต้องเปลี่ยนนิสัยการใช้จ่ายเสียใหม่นั่นเอง แต่ถ้าหากคุณมีความอดทนมากพอจนสามารถก้าวออกมาจากจุดนั้นได้ การออมเงินก็ไม่ใช่เรื่องยาก สำหรับคุณอีกต่อไป โดยอาจจะเริ่มจาก 1-2 วิธีก่อน จากนั้นค่อยนำวิธีอื่น ๆ เข้ามาใช้ หรือสลับสับเปลี่ยนตามความสะดวก เชื่อว่าอีกไม่นานความฝันของคุณจะต้องเป็นจริงอย่างแน่นอน



ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การเงิน ภาษี สินเชื่อ บทความการเงินน่ารู้มากมาย






คิดอย่างไรกับเรื่อง: 100 วิธีเก็บเงิน เป็นเศรษฐีได้ง่าย ๆ เพียงแค่คุณเริ่มต้น ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !

หุ้นไทยวันนี้

ราคาทองวันนี้

วันที่ 18 ม.ค. 2560 , 09:24 น.
  • รับซื้อขายออก
  • ทองแท่ง20,200.0020,300.00
  • ทองรูปพรรณ19,829.2820,800.00
100 วิธีเก็บเงิน เป็นเศรษฐีได้ง่าย ๆ เพียงแค่คุณเริ่มต้น โพสต์เมื่อ 20 กันยายน 2556 เวลา 09:16:19 2,000 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP